ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ผศ. ดร อรัญ วานิชกร นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน ห้วงสมุทรแห่งจินตนาการ

ในวันที่เมืองและโลกเติบโตขึ้นทุกลมแข่งขันสร้างความเหนื่อยล้าและแออัดจากการเอื้อมถึงราคาที่ดินในเมืองพุ่งทะยานเกินกว่าจะการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในจึงมิใช่เพียงการใช้สอย แต่กลายเป็นศาสตร์แห่งการไล่ล่ามูลค่าเพิ่มด้วยการเล่าเรื่องสะท้อนอารมณ์ และประสบการณ์ให้กับชีวิตผู้อยู่อาศัยมิได้เพียงแสวงหาพื้นที่ใช้สอย หากแต่ไฝ่หา ”พื้นที่ของความรู้สึก“ ที่หล่อเลี้ยงหัวใจ เติมเต็มรสนิยมและสะท้อนตัวตนอย่างลึกซึ่งผลิตภัณฑ์ตกแต่ง หรือ ”พร็อพ“ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เติมเต็มมิติใหม่ๆให้กับบ้าน สร้างบทสนทนาเงียบๆ ระหว่างผู้อยู่อาศัยกับพื้นที่ที่อาศัยอยู่สิ่งของแต่ละชิ้นร่วมกันร้อยเรียงเรื่องราวเติมเต็มความงามทั้งจากที่ต่างๆ ทั้งธรรมชาติ สัตว์ป่า พืชพรรณ หลอมร่วมแรง

บันดาลใจในการสร้างสรรค์จากจินตนาการของ ศิลปิน หนึ่งในแหล่งแรงบันดาลใจที่น่าหลงใหลและ สุดลึกล้ำนั่นคือ ”มหาสมุทร“ ”มหาสมุทรกลายเป็นต้นแบบแห่ง จินตนาการ“ โลกใต้น้ำที่ดำมืด ดิ่งลึกและกว้างใหญ่เกินสำรวจเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่สุดมหัศจรรย์สร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบในการสร้างสรรค์ชั้นงานจากคาแรคเตอร์ของสิ่งมีชีวิต อันหลากหลาย ผสานร่วมประโยชน์ใช้สอยในการตกแต่ง ประติมากรรมชุดนี้เป็นชุดผลงานจากการวิจัยสร้างสรรค์เรื่อง ”บรรยากาศใต้ทะเลสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟสไตล์เพื่อการตกแต่งบ้าน“

นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

The Best Collections 2025 Second&Third Year Fash26&25

นิสิตชั้นปีที่ 2

The Best Thai Wisdom
นางสาวอรกานต์ เก่งเกษม @f• Miss messy •
The Best Creative
นายรุจ กล้ำศรี @lLARUT
The Best Textile
นางสาวอนรรฆวี บุตรดีวงศ์ @unnallyy
The Best Collection
นางสาวศิรภัสสร วิสุธิแสงทรัพย์ @por.srps
รางวัลทั้งหมดมอบให้กับนิสิตที่มีผลงานสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม สำหรับการทำ Collection จบชั้นปี นิสิตชั้นปีที่2 และชั้นปีที่3 BA . Fashion FASH SWU CCI ที่นำเสนอผลงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของแฟชั่นด้วยการทดลองเทคนิค และวัสดุที่หลากหลายร่วมกับเทคโนโลยี ด้วยแนวคิดเพื่อความยั่งยืน โดยนิสิตชั้นปีที่ 2 @fash26swu นำเสนอแนวคิดด้านแฟชั่นสร้างสรรค์จากรากรากฐานภูมิปัญญาไทย และนิสิตชั้นปีที่ 3 @fash25swu นำเสนอกระบวนการการออกแบบและพัฒนา ในรากฐานการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย แนวโน้มแฟชั่นและการตลาด
BA. Fashion, Textiles and Accessories.
New fashion school of swu
College of creative industry
Srinakharinwirot University

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ดร. กนกวรรณ ใจหาญ นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงานแปรผืนผ้าไหมเป็นศิลปะ : เครื่องประดับแฟชั่นจากผ้าไหมเหลือใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอพิมพ์ลายลูกปัดทราวดี

การสร้างสรรค์เครื่องประดับแฟชั่นคอลเลกชันนี้ มาจากนิยาม 2 ประโยคนี้คือ ”แฟชั่นที่ใส่เรื่องราวและใส่ใจโลก“ และ ”อดีตที่ไม่ถูกลืม ปัจจุบันที่ใส่ได้“ ซึ่งสะท้อนจุดร่วมของแนวทางการออกแบบเพื่อความยั่งยืนและการอนุรักษ์วัฒนธรรม ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้จาก อุตสาหกรรมสิ่งทอ (Deadstock)มาใช้สร้างสรรค์ใหม่อย่างมีคุณค่าในรูปแบบของเครื่องประดับแฟชั่นร่วมสมัย

โดยแนวคิดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ”แฟชั่นยั่งยืน“ (Sustainable Fashion) ที่มุ่งลดของเสียในอุตสาหกรรมสิ่งทอโดยการใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วมาสร้างสรรค์ใหม่ให้เกิดมูลค่าและประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับแนวคิด”การอนุรักษ์ผ่านการออกแบบ“ที่นอกจากความงามและประโยชน์ใช้สอยแล้วยังถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กลับมาอยู่ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ จึงเลือกใช้ผืนผ้าไหมเหลือใช้ (Deadstock) มาใช้เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุที่มีอยู่อย่างยั่งยืนและลดปริมาณของขยะที่สร้างขึ้นใหม่รวมถึงเป็นการผสมผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แล้วทำการออกแบบลายผ้าจากการ “ถอดรหัส” จากการศึกษาเครื่องประดับลูกปัดโบราณสมัยทวารวดี 

นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ
หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ผศ. ดร นัดดาวดี บุญญะเดโช นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน ฝ้ายแกมแฝก

เป็นการแสดงผลงานออกแบบและพัฒนากระเป๋าแฟชั่นร่วมสมัยจาก”ผ้าฝ้ายแกมแฝก“ วัสดุธรรมชาติที่หยั่งรากลึกในวิถีวัฒนธรรมไทยและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างลึกซึ้ง ”หญ้าแฝก“ ไม่เพียงเป็น
พืชท้องถิ่นที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ
”พืชแห่งพระราชปณิธาน“ ที่ได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องภายใต้พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระราชทานไว้เมื่อวันที่๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖ พระราชดำรัสณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ความว่า ”ให้ใช้หญ้าแฝกในการ พัฒนา ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความ
อุดมสมบูรณ์และแก้ปัญหาดิ้นเสื่อมโทรม“ ที่ทรงชี้ให้เห็นถึงบทบาทของหญ้าแฝกในฐานะรากฐานแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านนิเวศ วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชนแนวคิด ”แฝกของพ่อ ฝ่ายของแม่“ จุดประกายสู่การสร้างแบรนด์ BURAWA โดยบุญเพ็ง ระว้า ประธานกลุ่มเครื่องหนังบุญเพ็งผู้ริเริ่มน้ำหญ้าแฝกจากกลุ่มคนรักษ์แฝกบ้านเนินเหล่า มาผสานกับผ้าฝ้ายที่ทอโดยกลุ่มทอผ้าพื้น บ้านไทรงาม
นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

The Best Project, First Year Blanc Project Fash27

The Best Project, First Year 🏆
BA. Fashion FASH SWU CCI Blanc Project @fash27swu
The Best Craftmanship
นางสาว ศตนันท์ ฟูตระกูล
The Best Creative
นางสาว นลัท เกียรติสุไพบูลย์
รางวัลผลงานสร้างสรรค์แฟชั่นยอดเยี่ยมประจำปี 2025 ของ นิสิตชั้นปีที่ 1 @fash27swu หลักสูตร BA. Fashion , Textiles and Accessories. ในโครงการ BLANC PROJECT ที่เป็นงานแสดงแนวคิดการออกแบบแฟชันที่แสดงศักยภาพการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด จากเทคนิคเชิงพื้นฐาน การออกแบบตัดเย็บ เทคนิค โครงสร้าง สุดสร้างสรรค์ในความงามสีขาวล้วน
BLANC Project is a showcase of the creative fashion design ideas by the unlimited potential of first-year students.
BA. Fashion, Textiles and Accessories.
New fashion school of swu College of creative industry. Srinakharinwirot University
BA. Fashion, Textiles and Accessories.
New fashion school of swu
College of creative industry
Srinakharinwirot University

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ อาจารย์ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน ผ้าและความรู้สึก: การสร้างระบบ
MOOD TRACKER ด้วยผ้าไหมไทยในงานสมุดบันทึกเชิงศิลป์
ในยุคสมัยที่ความผันผวนของชีวิตประจำวันและภาวะทางอารมณ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จิตอย่างกว้างขวางเครื่องมือช่วยเหลือในการสำรวจความรู้สึกและเข้าใจตนเองจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญผลงานชิ้นนี้ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากงานวิจัยระดับปริญญาโทของผู้เขียนเรื่อง
“การพัฒนามัลติมีเดียเชิงปฏิสัมพันธ์จากทฤษฎีจิตวิทยาแฟชั่นเพื่อการรับรู้” ซึ่งเสนอแนวทางการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านจัตวิทยาและแฟชั่นเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เอื้อต่อการสะท้อนตนเอง Mood Tracker กลายเป็นสื่อที่ถูกหยิบนำมาใช้บ่อยครั้งในปัจจุบัน ซึ่งมักมาในรูปแบบสิหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการบ่งบอกอารมณ์แต่ละวัน โดยต่อยอดแนวคิดจากงานวิจัยดังกล่าว โดยสร้างระบบ “ภาษาทางอารมณ์” ผ่านวัสดุผ้าไหมไทยแทนการใช้ข้อความหรือตัวเลขแนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับการออกแบบเชิงจิตวิทยาที่ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับวัสดุจริง (สัมผัส, สี,ลายผ้า) เพื่อสะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายกับกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างสื่อโต้ตอบ (interactive media) และกิจกรรมสะท้อนตนเอง (reflective activity) ที่ใช้ในวิจัยเดิมโดยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้เลือก “ผ้าไหมไทย”จากจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนของอารมณ์ต่าง ๆ จำนวน 15 ความรู้สึก ผ่านโทนสี ลวดลายและพื้นผิวของผ้า พร้อมทั้งรวมวัตถุอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ประจำวัน เช่น รูปถ่าย ตั๋วใบเสร็จ เศษกระดาษ หรือวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อสร้างเป็นสมุดบันทึก ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สื่อสารทางอารมณ์ในเชิงศิลป์ ผ้าจึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องแต่งกาย แต่กลายเป็นภาษาของความรู้สึกในสมุดบันทึกเล่มนี้
นิทรรศการครั้งนี่เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ผศ. ดร วรฐ ทรัพย์ศรีสัญจัย นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน การฟื้นคืนชีวิตผ้าไหมไทยเก่าผ่านบริบทการออกแบบแฟชั่นสตรีทแวร์ร่วมสมัย
ในปัจจุบัน กระแสแฟชั่นสตรีทแวร์ร่วมสมัยกำลังได้รับความนิยมทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่รวมถึงความสนใจกับแฟชั่นที่เป็น มิตรกับสิงแวดล้อมและสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ จากแนวโน้มดังกล่าว งานสร้างสรรค์แฟชั่นคอลเลคชั่นนี้จึงมุ่งเน้นการนำผ้าไหมไทยเก่าที่ถูกละเลยกลับมามีชีวิตใหม่ผ่านการออกแบบเสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลตามแนวคิด Soft Power Fashion โดยคอลเลคชั่นนี้จะนำเสนอแฟชั่นที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทยเข้ากับดีไซน์ที่ร่วมสมัยสวมใส่ได้จริง และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้วัสดุอย่างยั่งยืนและกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านมุมมองใหม่ของแฟชั่น
นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์
มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ
หลักสูตร FAS SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ดร. แพรวา รุจิณรงค์ นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน การสร้างสรรค์ลวดลายผ้าไหมมัดหมี่ร่วมสมัยจากแนวทางการทอผ้ามัดหมี่โลดและมัดหมี่ร่าย สู่ผลงานทางแฟชั่นสากล
แนวทางสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากลวดลายผ้าไหมมัดหมีร่วมสมัย จากแบบร่างลวดลายสู่การ
ทดลองขึ้นต้นแบบผ้าผืนโดยใช้วิธีการค้นลำหมี่แบบหมี่โลดและหมีร่ายจะพบว่าลักษณะของแม่ลายจะ
ต่างกัน แม่ลายที่ขึ้นด้วยหมี่โลดจะมีลักษณะที่สมมาตรของแม่ลายทั้งด้านบนและล่างเนื่องจากต้องใช้การซ้ำกันรูปบบพลิกชนประกอบของลาย โดยมีสองด้านชนเข้าหากันตรงกลาง แต่หมี่ร่ายจะเป็นแม่ลาย ที่มีลวดลายอิสระมากกว่าแต่จะต้องมาการวางองค์ประกอบแบบเรียบง่ายเนื่องจากการวางลายเป็นการทำซ้ำกันในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นกับแม่ลายของผู้ออกแบบ โดยสามารถกำหนดการค้นลำ ก่อนและหลังการออกแบบได้

การเข้าใจความแตกต่างของการค้นลำหมี่โลดและหมี่ร่าย ยังเป็นการอธิบายขั้นตอนการทอของเส้นที่จะพุ่งออกจากกระสวย เป็นการกำหนดลำดับหลอดและการมองหาจุดซ้ำในขณะกำลังทอผ้าในส่วนการทดลองขึ้นโครงสร้างของเสื้อผ้าที่ใช้ผ้าทอมือมาตัดเย็บ ผู้วิจัยเห็นถึงความสำคัญของผ้าที่ทอด้วยฝีมือของช่างทอ จึงใช้วิธีการขึ้นรูปทรงแบบสี่เหลี่ยมตามหน้าผ้า โดยไม่เหลือเศษผ้าจากการตัด ผ้า โดยการใช้เทคนิคการนำมาพับ ปะ ต่อ ชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะรูผ้าให้แขนและคอสามารถสวมใส่ได้ การเหลือช่องเพื่อให้สวมเอวได้ และเพื่อให้โครงสร้างเสื้อผ้ามีความน่าสนใจจึงใช้การรูดและการผูกมาส่งเสริมรูปทรงเสื้อผ้า จากนั้นนำมาปักเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเสื้อผ้า

นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์
มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ
หลักสูตร FAS SWU CCI 
วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
โดยการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ อยู่ภายใต้โจทย์การใช้ทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย มาใช้เป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงาน

The Winner COLLECTION OF THE YEAR 2025 The Graduate Showcase 2025 Fashion, Textiles & Accessories Program, FASH SWU CCI Fash24swu

นายปิยบุตร วลีเกียรติกุล
Piyabud Waleekeitikul IG @19.84s
แบรนด์ IG @benjamin.archives_

When I try to express who I am, I would say that I am someone who uses clothing as a medium for storytelling stories that go beyond surface beauty. My designs are not merely garments to be worn, but spaces where art, creativity, and contemporary culture converge, allowing the clothes themselves to tell that story in a playful way. I draw from what captures people‘s attention in each era, interpreting and refining it into designs that feel alive—-pieces that bring joy to the wearer and make them feel truly seen.

THE ART)CHIVES
”R/place“ is an artwork that brings together the diversity of pop culture, expressed from the subconscious of each creator. It is a large artwork with a variety of works created by many people. The designer uses this concept in the design, mixed with streetwear trends to reflect the diversity of the wearers and pop culture.

พระอาจารย์ด้านแฟชั่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบรรยาย เรื่อง “แบรนด์ Sirivannavari กับการก้าวสู่ความเป็นสากลด้วยภูมิปัญญาไทย

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ มีเรื่องราวสะสมประสบการณ์ ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ กว่า 20 ปี ได้นำองค์ความรู้ด้านแฟชั่นนำมาถ่ายทอดให้กับนิสิตแฟชั่น นั่งฟังอย่างสนุกและน่าติดตามได้กว่า 2 ชม ทรงบรรยาย ให้กับนิสิต นักศึกษาแฟชั่น 7 สถาบัน ซึ่งนับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจสูงสุด ด้านการออกแบบแฟชั่นที่ประสบความสำเร็จ โดยมีเนื้อหา ทรงบรรยาย จากจุดเริ่มต้นของการเป็นนักศึกษาด้านแฟชั่น ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประสบการณ์การฝึกงานในแบรนด์ระดับโลก ซึ่งถ่ายทอดเรื่องจริงในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่นิสิตจะต้องไปเผชิญ และเรียนรู้ การใช้ชีวิตในการเรียนแฟชั่นในต่างประเทศ

การบรรยายได้เปิด เคล็ดลับ เบื้องหลังการทำงานสร้างสรรค์คอลเลคชั่นแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ให้ได้เห็นกระบวนการทำงานจริงของอุตสาหกรรมแฟชั่นในระบบแฟชั่นโลก ทรงบรรยายถึงกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆที่นิสิตแฟชั่นควรตระหนัก อันเป็นองค์ประกอบที่ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์แฟชั่นในปัจจุบัน สรุปเป็น HOW TO BE SUCCESSFUL ของในการที่จะก้าวเข้าสู่โลกของนักออกแบบแฟชั่นได้ ต้องมี 3T คือ Trend, Tone, Taste 

การบรรยายในช่วงท้าย ทรงเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาที่เข้าร่วมฟังการบรรยาย ได้ถาม-ตอบคำถาม อย่างเป็นกันเอง ทั้งในประเด็นด้านการทำงาน และการใช้ชีวิตในโลกแห่งอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งทำให้ผู้เข้าฟังการบรรยาย ได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อนำเสนอผลงานแฟชั่นในระดับสากล