ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ผศ. ดร รวิเทพ มุสิกะปาน นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน พบกันใต้แสงอาทิตย์ : การสร้างสรรค์บาติกผ้าไหมหลากหลายพื้นผิวสู่การออกแบบแฟชั่น
ผ้าไหมสร้างสรรค์ เทคนิคบาติกบนผ้าไหมผิวสัมผัสที่หลากหลาย : เทคนิคบาติก#batik พัฒนาลวดลายร่วมกับกลุ่มบาติกยาริง และ ศูนย์ผ้าบาติกค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี จากโครงการบาติกโมเดล
ผ้าบาติกชายแดนใต้เป็นงานหัตถกรรมที่สะท้อนอัต
ลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย มาเลย์ และอิสลาม ผ่านลวดลายที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ธรรมชาติ และความเชื่อของชุมชนท้องถิ่น
โครงการ Found in the Sun (พบเจอใต้แสงอาทิตย์) นำผ้าบาติกมาผสานกับผ้าไหม ที่มีผิวสัมผัสหลากหลายเพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันแฟชั่นร่วมสมัย ถ่ายทอดพลังแห่งวัยเยาว์ผ่านแสงแดดของภาคใต้พร้อมยกระดับงานหัตถกรรมในโครงการ บาติกโมเดล สู่เวทีแฟชั่นระดับสากล
นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ
หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ผศ. ดร อรัญ วานิชกร นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน ห้วงสมุทรแห่งจินตนาการ

ในวันที่เมืองและโลกเติบโตขึ้นทุกลมแข่งขันสร้างความเหนื่อยล้าและแออัดจากการเอื้อมถึงราคาที่ดินในเมืองพุ่งทะยานเกินกว่าจะการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในจึงมิใช่เพียงการใช้สอย แต่กลายเป็นศาสตร์แห่งการไล่ล่ามูลค่าเพิ่มด้วยการเล่าเรื่องสะท้อนอารมณ์ และประสบการณ์ให้กับชีวิตผู้อยู่อาศัยมิได้เพียงแสวงหาพื้นที่ใช้สอย หากแต่ไฝ่หา ”พื้นที่ของความรู้สึก“ ที่หล่อเลี้ยงหัวใจ เติมเต็มรสนิยมและสะท้อนตัวตนอย่างลึกซึ่งผลิตภัณฑ์ตกแต่ง หรือ ”พร็อพ“ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เติมเต็มมิติใหม่ๆให้กับบ้าน สร้างบทสนทนาเงียบๆ ระหว่างผู้อยู่อาศัยกับพื้นที่ที่อาศัยอยู่สิ่งของแต่ละชิ้นร่วมกันร้อยเรียงเรื่องราวเติมเต็มความงามทั้งจากที่ต่างๆ ทั้งธรรมชาติ สัตว์ป่า พืชพรรณ หลอมร่วมแรง

บันดาลใจในการสร้างสรรค์จากจินตนาการของ ศิลปิน หนึ่งในแหล่งแรงบันดาลใจที่น่าหลงใหลและ สุดลึกล้ำนั่นคือ ”มหาสมุทร“ ”มหาสมุทรกลายเป็นต้นแบบแห่ง จินตนาการ“ โลกใต้น้ำที่ดำมืด ดิ่งลึกและกว้างใหญ่เกินสำรวจเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่สุดมหัศจรรย์สร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบในการสร้างสรรค์ชั้นงานจากคาแรคเตอร์ของสิ่งมีชีวิต อันหลากหลาย ผสานร่วมประโยชน์ใช้สอยในการตกแต่ง ประติมากรรมชุดนี้เป็นชุดผลงานจากการวิจัยสร้างสรรค์เรื่อง ”บรรยากาศใต้ทะเลสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟสไตล์เพื่อการตกแต่งบ้าน“

นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ดร. กนกวรรณ ใจหาญ นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงานแปรผืนผ้าไหมเป็นศิลปะ : เครื่องประดับแฟชั่นจากผ้าไหมเหลือใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอพิมพ์ลายลูกปัดทราวดี

การสร้างสรรค์เครื่องประดับแฟชั่นคอลเลกชันนี้ มาจากนิยาม 2 ประโยคนี้คือ ”แฟชั่นที่ใส่เรื่องราวและใส่ใจโลก“ และ ”อดีตที่ไม่ถูกลืม ปัจจุบันที่ใส่ได้“ ซึ่งสะท้อนจุดร่วมของแนวทางการออกแบบเพื่อความยั่งยืนและการอนุรักษ์วัฒนธรรม ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้จาก อุตสาหกรรมสิ่งทอ (Deadstock)มาใช้สร้างสรรค์ใหม่อย่างมีคุณค่าในรูปแบบของเครื่องประดับแฟชั่นร่วมสมัย

โดยแนวคิดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ”แฟชั่นยั่งยืน“ (Sustainable Fashion) ที่มุ่งลดของเสียในอุตสาหกรรมสิ่งทอโดยการใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วมาสร้างสรรค์ใหม่ให้เกิดมูลค่าและประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับแนวคิด”การอนุรักษ์ผ่านการออกแบบ“ที่นอกจากความงามและประโยชน์ใช้สอยแล้วยังถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กลับมาอยู่ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ จึงเลือกใช้ผืนผ้าไหมเหลือใช้ (Deadstock) มาใช้เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุที่มีอยู่อย่างยั่งยืนและลดปริมาณของขยะที่สร้างขึ้นใหม่รวมถึงเป็นการผสมผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แล้วทำการออกแบบลายผ้าจากการ “ถอดรหัส” จากการศึกษาเครื่องประดับลูกปัดโบราณสมัยทวารวดี 

นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ
หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ อาจารย์ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน ผ้าและความรู้สึก: การสร้างระบบ
MOOD TRACKER ด้วยผ้าไหมไทยในงานสมุดบันทึกเชิงศิลป์
ในยุคสมัยที่ความผันผวนของชีวิตประจำวันและภาวะทางอารมณ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จิตอย่างกว้างขวางเครื่องมือช่วยเหลือในการสำรวจความรู้สึกและเข้าใจตนเองจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญผลงานชิ้นนี้ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากงานวิจัยระดับปริญญาโทของผู้เขียนเรื่อง
“การพัฒนามัลติมีเดียเชิงปฏิสัมพันธ์จากทฤษฎีจิตวิทยาแฟชั่นเพื่อการรับรู้” ซึ่งเสนอแนวทางการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านจัตวิทยาและแฟชั่นเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เอื้อต่อการสะท้อนตนเอง Mood Tracker กลายเป็นสื่อที่ถูกหยิบนำมาใช้บ่อยครั้งในปัจจุบัน ซึ่งมักมาในรูปแบบสิหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการบ่งบอกอารมณ์แต่ละวัน โดยต่อยอดแนวคิดจากงานวิจัยดังกล่าว โดยสร้างระบบ “ภาษาทางอารมณ์” ผ่านวัสดุผ้าไหมไทยแทนการใช้ข้อความหรือตัวเลขแนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับการออกแบบเชิงจิตวิทยาที่ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับวัสดุจริง (สัมผัส, สี,ลายผ้า) เพื่อสะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายกับกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างสื่อโต้ตอบ (interactive media) และกิจกรรมสะท้อนตนเอง (reflective activity) ที่ใช้ในวิจัยเดิมโดยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้เลือก “ผ้าไหมไทย”จากจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนของอารมณ์ต่าง ๆ จำนวน 15 ความรู้สึก ผ่านโทนสี ลวดลายและพื้นผิวของผ้า พร้อมทั้งรวมวัตถุอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ประจำวัน เช่น รูปถ่าย ตั๋วใบเสร็จ เศษกระดาษ หรือวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อสร้างเป็นสมุดบันทึก ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สื่อสารทางอารมณ์ในเชิงศิลป์ ผ้าจึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องแต่งกาย แต่กลายเป็นภาษาของความรู้สึกในสมุดบันทึกเล่มนี้
นิทรรศการครั้งนี่เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ หลักสูตร FASH SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ ผศ. ดร วรฐ ทรัพย์ศรีสัญจัย นิทรรศการคณาจารย์แฟชั่น “The Transparence”

ผลงาน การฟื้นคืนชีวิตผ้าไหมไทยเก่าผ่านบริบทการออกแบบแฟชั่นสตรีทแวร์ร่วมสมัย
ในปัจจุบัน กระแสแฟชั่นสตรีทแวร์ร่วมสมัยกำลังได้รับความนิยมทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่รวมถึงความสนใจกับแฟชั่นที่เป็น มิตรกับสิงแวดล้อมและสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ จากแนวโน้มดังกล่าว งานสร้างสรรค์แฟชั่นคอลเลคชั่นนี้จึงมุ่งเน้นการนำผ้าไหมไทยเก่าที่ถูกละเลยกลับมามีชีวิตใหม่ผ่านการออกแบบเสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลตามแนวคิด Soft Power Fashion โดยคอลเลคชั่นนี้จะนำเสนอแฟชั่นที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทยเข้ากับดีไซน์ที่ร่วมสมัยสวมใส่ได้จริง และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้วัสดุอย่างยั่งยืนและกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านมุมมองใหม่ของแฟชั่น
นิทรรศการครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการแสดงผลงานวิชาการร่วมกันระหว่างสองสถาบันการออกแบบแฟชั่น ของคณาจารย์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์
มหาวิทยาลัยศิลปากร  และ
หลักสูตร FAS SWU CCI วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

รับเหรียญพระราชทาน จาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในงาน “Silk Festival 2024 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ผ้าไทยใส่ให้สนุก

คณาจารย์ได้รับเหรียญพระราชทาน คณะทำงาน วิทยากร โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามแนวพระดำริฯ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นัดดาวดี บุญญะเดโช
อาจารย์ ดร. แพรวา รุจิณรงค์
อาจารย์ ภทรฤณ พงษ์ประสิทธิ์
นิสิต ชั้นปีที่ 2 หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง ได้รับเหรียญทองพระราชทาน ชนะเลิศการประกวดนักออกแบบรุ่นใหม่ New Gen Young Designer 2024 ในโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามแนวพระดำริฯ ได้แก่
นาย รุจ กล้าศรี
โดยมีคณาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รวิเทพ มุสิกะปาน และ อาจารย์ ดร. กรกลด คำสุข เข้าร่วมรับเสด็จและร่วมพิธี
28 พฤศจิกายน 2567 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในงาน “Silk Festival 2024 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โอกาสนี้ พระราชทานเหรียญรางวัลแก่คณะทำงานกระทรวงมหาดไทย กรมการพัฒนาชุมชน และดีไซเนอร์ที่สนองงานผ่านโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ประจำปี 2567
พระราชทานเหรียญรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” และงานหัตถกรรม ระดับประเทศ ประจำปี 2567 แบ่งเป็น เหรียญรางวัลพิเศษ (เหรียญทอง) Best of the Best ได้แก่ ประเภทผ้ายกใหญ่ จากพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน (สถาบันสิริกิติ์) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเหรียญรางวัลพิเศษขวัญใจแม่น้ำหอม ประเภทผ้ายก จากปาริชาติไหมไทย จังหวัดลำพูน, รางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญนากแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ผ้า 14 ประเภท และงานหัตถกรรม รวม 44 รางวัล, ประกาศนียบัตรแก่รางวัลชมเชย ประเภทผ้าฯ และหัตถกรรม รวม 30 รางวัล ปีนี้ มีกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า และเครื่องแต่งกาย รวมทั้งช่างทอผ้าและงานหัตถกรรมจาก 4 ภูมิภาค ส่งผลงานเข้าประกวดฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 15 สิงหาคม 2567 รวม 8,651 ชิ้นงาน
พระราชทานโล่รางวัลต้นกล้านารีรัตน แก่ผู้ชนะการประกวดตามโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล 6 รางวัล, พระราชทานเหรียญทองแก่นักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 1 รางวัล และพระราชทานประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพและหนังสือรับรองสมรรถนะ ระดับ 6 สาขาวิชาชีพอนุรักษ์งานศิลป์หัตถกรรม และงานพื้นบ้าน และสาขาผ้าเขียน-พิมพ์ลาย ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) 7 รางวัล
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “Silk Festival 2024 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “Silk Success Sustainability” เพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาผลงานผ้าไทยสู่สากล และเผยแพร่ความสำเร็จของโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริฯ ประกอบด้วย นิทรรศการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาการถักทอผืนผ้าและหัตถศิลป์พื้นถิ่นไทย จัดแสดงโต๊ะทรงงาน ในงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชน
นิทรรศการโครงการตามแนวพระดำริฯ ผ้าไทยใส่ให้สนุก อาทิ ผ้าลายพระราชทานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งได้พระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นลายแรก เมื่อปี 2563 และในปีนี้ พระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” มีลายผ้าพระราชทาน รวม 9 ลาย, โครงการชาติพันธุ์โมเดลสู่ตลาดสากล สะท้อนความงดงาม วัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยม และอัตลักษณ์ประจำถิ่นที่ถ่ายทอดลงบนผืนผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย
จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงแบบภูมิปัญญาจากผ้าไทย โดยดีไซเนอร์แบรนด์ไทย 16 แบรนด์ ซึ่งนำผ้าไทยที่ถักทอด้วยเทคนิคต่าง ๆ มาออกแบบตัดเย็บให้ทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ทุกวัย ได้แก่ SIRIVANNAVARI ผ้าไหมจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, TIRAPAN ผ้าไหมมัดหมี่ จากไหมทองสุรนารี, THEATRE ผ้าไหมบาติกจากซาโลมาปาเตะ, ASAVA ผ้าไหมขิดจากอุดรธานีและผ้าไหมออแกนซ่า, ISSUE ผ้าไหมบาติกจากรายาบาติก, WISHARAWISH ผ้าไหมมัดหมี่จากโครงการนาหว้าโมเดล, JANESUDA ผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้างสรรค์, LANDMEE’ ผ้าไหมบาติกจากโครงการบาติกโมเดล และแบรนด์ CHAI GOLD LABEL ใช้ผ้าไหมทอมือจาก T.ChattuwanThaisilk ที่มีเอกลักษณ์ คือ ลวดลายที่สร้างสรรค์ ต่อยอดเทคนิคมัดหมี่จากภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่นอีสานสู่รูปแบบสมัยใหม่
 
 

PROFESSIONAL SHOWCASE

PROFESSIONAL SHOWCASE

FASH BY CCI (College of creative industry) Srinakharinwirot University COLLABORATIVE FASHION INNOVATION PROJECTS

โครงการ innovation hub โครงการวิจัย นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรฐกิจสร้างสรรค์ (แฟชั่น) ทุนวิจัย สกอ., ทปอ. , UCCN HUB เครือข่ายภาคกลางตอนบน,
สถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มศว 
FASH SWU X BAN PUAN LOPBURI
โครงการพัฒนาและออกแบบเครื่องแต่งกายกันยุง จากผ้ามัดหมี่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีอาสาบ้านพวน ตำบลหินปัก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดย ดร. กรกลด คำสุข
โครงการพัฒนาเฉดสีย้อมธรรมชาติจากภูมิปัญญาผ้าไหมโฮลสี สู่การต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สิ่งทอไหม โดย ผศ.ดร. รวิเทพ มุสิกะปาน, แพรวา รุจิณรงค์
กราบขอบคุณ Research SWUสถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มศว ในงาน BANGKOK INTERNATIONAL FASHION WEEK 2019 : 28 MARCH 2019 : SIAM CENTER

The new fashion school of SWU,
College of creative industry
Srinakharinwirot University.
Research SWU Srinakharinwirot University PRswu College of Creative Industry SWU

#fashswuoriginal
#fashiondesigngraduate
#thaifashiondesigner
#fashiondesign
#srinakharinwirotuniversity
#fashion
#thaidesigner
#fashiondesigner
#fashionshow
#thaidesigner
#fashionblogger
#fashionnews
#fashionshow
#fash_swu
#prswu
#cciswu
#เรียนแฟชั่นต้องเรียนcciswu
#bifw2019
#siamcenter