การลงพื้นที่ศึกษาการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป จากผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านสวนกล้วย ต.บ้านเรือ อ.ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ในระยะที่ 2

การลงพื้นที่ศึกษาการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป จากผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านสวนกล้วย ต.บ้านเรือ อ.ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ในระยะที่ 2 จากโจทย์ที่ว่า นิสิตต้องหาแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการทอผ้าที่เป็นเกษตกรปลูกหม่อนเลี้ยงใหม ใน สังกัดกรมหม่อนไหม ที่จะต้องสามารถผลิตได้ในกลุ่มชุมชน ในรูปแบบตามต้องการของวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ได้ผ้าผืนจากการออกแบบเสร็จสมบูรณ์พร้อมกับต้นแบบร่างรูปแบบเสื้อผ้าในคลอเลคชั่นใหม่ เพื่อเข้ารับการข้อเสนอแนะพัฒนาและปรับปรุงโดยภาคเอกชนระดับมืออาชีพ

ในการวิจัยในระยะที่ 2 ทีมวิจัยรวบรวมข้อมูลพัฒนาผิตภัณฑ์ ผลงานการออกแบบทั้งหมด เข้ารับการวิเคราะห์ และรับฟังข้อคิดเห็นในองค์กรที่เป็นต้นแบบกรณีศึกษา จากแบรนด์ @aboutgoodgoods ในการจัดจำหน่ายและพัฒนาผลิตชุมชน ที่มีแนวคิด ร่วมมือกับชุมชนเพื่อพัฒนาสินค้าหัตถกรรมที่มีความโดดเด่น พร้อมถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบ การปรับปรุงสินค้า ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถต่อยอดธุรกิจของตน และนําพาชุมชนให้ก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน ที่ใช้คอนเซ็ป Good Design for Thai Pride สื่อสารความเป็นไทย ผ่านดีไซน์ที่ทันสมัย
โดยเข้าได้รับการให้คำปรึกษา ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จาก คุณรชดล ยิ่งพิสุทธิ์ General manager – good goods brand และทีมงาน รวมถึง นักออกแบบชั้นนำ คุณโรจน์-ภูวภวิศ กฤตพลนารา จากแบรนด์ ISSUE (อิชชู) ซึ่งทีมวิจัยจะนำข้อเสนอแนะนำ/ปพัฒนาคลอเลคชั่น ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่อไป ซึ่งคลอเลคชั่นที่ได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ และจะเผยโฉม คลอเลคชั่นจากงานวิจัยนี้ ในเดือน กรกฎาคม นี้

ทั้งนี้การเกิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และได้รับข้อเสนอแนะนำจากภาคเอกชนในองค์ชั้นนำจากแบรนด์ที่ส่งเสริมความเป็นงานหัตกรรมไทยและชุมชนในท้องถิ่น นับเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับคณาจารย์และนิสิตในระดับปริญญาโท สาขานวัตกรรมการออกแบบแฟชั่น ในรูปแบบงานวิจัยภาคสนามในรูปแบบการทำงานจริง มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นผลงานวิจัยในแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทยของทีมวิจัยชุดนี้จัดจำหน่ายได้ในร้านค้าชั้นนำในอนาคต

MFA. Fashion Design Innovation
New fashion school of swu
College of Creative Industry
Srinakharinwirot University

look สุดสร้างสรรค์ ทุก look จาก Fashion Show FASH SWU CCI ในงาน Bangkok International Fashion Week 2023

ชมภาพรันเวย์ look สุดสร้างสรรค์ ทุก look จาก Fashion Show FASH SWU CCI ในงาน Bangkok International Fashion Week 2023 #bifw2023
ผลงานนิสิตชั้นปีที่ 3 FASH SWU CCI ในรายวิชา Creative Fashion Construction,Creative Draping for Fashion Industry. และ Fashion Accessories Experiment on Construction.
“RAISED” by FASH24 นำเสนอผลงานครีเอทีฟจากมุมมองมากกว่าความงาม ด้วยแนวคิดการออกแบบโครงสร้างเสื้อผ้าในรูปแบบใหม่ สร้างสรรค์จากการใช้เทคนิคเดรป การทำโครงสร้าง 3 มิติ และเทคนิคจากการทดลองวัสดุที่เป็นนวัตกรรม ทั้งหมดนี้อยู่ในแนวคิดแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน
6 Oct 2023
Visionary Stage
G Fl., @siamcenter
Photographer 📸 Phoowin Auttrasingha
แฟชั่น มศว CCI ปี 3 @fash24swu ปล่อยของ

ผลงานวิจัยแฟชั่น ปริญญาโท MFA:Fashion Design Innovation ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากผลงานของนายชายชล สำลีทองสกุล

Congratulations 🥉💥👑 ผลงานวิจัยแฟชั่น ปริญญาโท MFA:Fashion Design Innovation
ได้รับ รางวัลผลงานวิจัยเหรียญทองแดง ระดับนานาชาติ จากงาน The 50th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส แสดงผลงานระหว่างวันที่ 9–13 เมษายน 2568
โดยค้วาราวัลนี้ จากผลงานของนายชายชล สำลีทองสกุล ในที่ปรึกษาหลัก ดร กรกลด คำสุข @moggilicious ที่ปรึกษาร่วม ผศ.ดร. นัดดาวดี บุญญะเดโช @naddawadee.b ในหัวข้อ “การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นและเครื่องประดับตกแต่งสำหรับปรับบุคลิกภาพสภาวะออฟฟิศซินโดรมในระยะเริ่มต้น” (Design and Development of Posture Corrector Fashion and Accessories Products for Beginning Office Syndrome)
นับเป็นครั้งแรกที่ผลงานวิจัยด้านแฟชั่น ที่มีนวัตกรรม ที่ส่งเสริมวิถีชีวิตของผู้คนแห่งอนาคต ได้อย่างเยียบยล โดยผลงงานวิจัย เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน สุขภาวะทางหน้าที่การงาน (Career Well Being) การมีบุคลิกภาพและความสามารถในการแสดงออกทางด้านความมั่นใจในที่ทำงานทำให้เกิดความสุขภาวะที่ดีในที่ทำงาน
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อผสานและพัฒนา รูปลักษณ์ของอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ ผนวกเข้ากับเครื่องแต่งกายชุดทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศหญิง
มีการทดลองวัสดุและการสร้างต้นแบบ โดยเป็นการปรับลดทอนความซับซ้อนในด้านของรูปลักษณ์และการสวมใส่ของอุปกรณ์เพื่อสุขภาพอย่าง เข็มขัดพยุงหลัง และสายรัดไหล่ มาผนวกกับองค์ความรู้ทฤษฎีการออกแบบแฟชั่น ในการรวมการใช้งานของอุปกรณ์เหล่าเข้ากับเสื้อผ้าชุดทำงาน เช่น การรัดดึงและความกระชับของเข็มขัดพยุงหลังและสายรัดไหล่ ให้มีรูปแบบที่สวยงาม สวมใส่ได้จริงและไม่ดูเป็นผู้มีอาการปวดเมื่อยจากออฟฟิศซินโดรม โดยผลการวิจัยการผสมผสานระหว่างอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและเครื่องแต่งกายแฟชั่นในรูปแบบชุดทำงานสำหรับพนังงานออฟฟิศหญิง ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจโดยที่สามารถตอบโจทย์ในการขยายขอบเขตในด้านความสวยงาม การสวมใส่ใช้งาน และกระบวนทัศน์ต่อผลิตภัณฑ์เดิมที่ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการสวมใส่เมื่อมีอาการบาดเจ็บอีก ต่อไป หากแต่เป็นการเติมเต็มและตอบสนองต่อสรีระ กิจกรรมการทำงาน และความต้องการของผู้บริโภค คือบุคลิกภาพที่ดีในรูปแบบของเสื้อผ้าที่สวยงามและใช้งานได้จริง

นิสิตแฟชั่น FASH SWU CCI ชั้นปีที่ 2 ร่วมนำเสนอผลงานในโซน The Cultivation in Fashion นิทรรศการผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Colors of Buriram”

นิสิตแฟชั่น FASH SWU CCI ร่วมนำเสนอผลงานการออกแบบแฟชั่นผ้าไทย ในงาน นิทรรศการผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Colors of Buriram” เพื่อสืบสานและต่อยอดจากโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” @phathaisaihaisanook นิทรรศการผ้าไทย “Colors of Buriram” ได้รับแรงบันดาลใจจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำองค์ความรู้มาถ่ายทอด และพัฒนาผ้าไทย ร่วมกับประชาชนทุกภูมิภาค เพื่อให้ผ้าไทย และงานหัตถศิลป์ไทย ที่มีคุณค่า เป็นศิลปะร่วมสมัย สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทุกๆ โอกาส ส่งผลให้ผ้าไทย และหัตถศิลป์ไทย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

ในงานนี้มีนิสิตแฟชั่น FASH SWU CCI ชั้นปีที่ 2 ร่วมนำเสนอผลงานในโซน The Cultivation in Fashion วิวัฒนาการอันพลิ้วไหวของผ้าไหมไทยในโลกแฟชั่นร่วมสมัย เน้นการผสมผสานเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และสร้างเสน่ห์ให้กับแฟชั่นยุคปัจจุบัน ที่นำเสนอการออกแบบแฟชั่นผ้าไทยในมุมมองคนรุ่นใหม่ โดย เป็นการสร้างสรรค์การออกแบบแฟชั่นผ้าไทย 2 คอลเลคชั่น ของ รุจ กล้าศรี @larut.r และไอยรินทร์ รุ่นหนุ่ม @iyarin_runnum
 
นักออกแบบรุ่นเยาว์ทั้ง 2 คน มีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาพัฒนางานหัตกรรมสิ่งทอไทย เพื่อนำมาต่อยอดและนำแนวทางภูมิปัญญาไทยมาใช้ในงานออกแบบแฟชั่นอย่างต่อเนื่ิอง จะเห็นได้จากผลงานในปีที่ผ่านมา นิสิตทั้ง 2 ได้รับรางวัลการประกวดชนะเลิศด้านแฟชั่นในระดับประเทศมาแล้ว รุจ รางวัลชนะเลิศ การออกแบบแฟชั่น New Gen Young Designer 2024 และ ไอยรินทร์ รางวัลชนะเลิศ (ประเภทผ้าฝ้าย) Cultural Textile Awards 2024)
ชมผลงานสุดสร้างสรรค์ ของนิสิตทั้ง 2 คนได้ ในงาน Colors of Buriram ที่จัดแสดงผ้าทอนานาชนิดและงานหัตถกรรมผ้ากว่า 2,000 ชิ้น คัดสรรมาจากทั้ง 23 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ผ้าไทยใส่ให้สนุกให้คงอยู่ และสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย โดยจัดงานตั้งแต่วันที่ 19  มีนาคม – 16 เมษายน เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ สนามฟุตบอล ช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์
 

@ravitep รายงาน

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย 

ชมแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย ผลิตภัณฑ์ใหม่จากผ้าไหมซิ่นลายแตงโม จากการแปรรูปจากผ้าไหมซิ่นลายแตงโม ซึ่งเป็นลายพื้นถิ่นให้มีคุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน จากการบูรณาการการทำงานของ กรมหม่อนไหม กรมหม่อนไหม ร่วมกับ หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบแฟชั่น (MFA,Fashion Design Innovation) วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ FASH SWU CCI Graduate Showcase และกลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดย แม่ขวัญยืน ทองดอนจุย
การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมซิ่นลายแตงโม เป็นการพัฒนาผ้าไหมลายแตงโม ซึ่งเป็นลายพื้นถิ่นให้มีคุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน และต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าไหมลายแตงโม ด้วยการออกแบบและแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ให้มีความร่วมสมัย

สร้างสรรค์โดยทีมคณาจารย์ แฟชั่น มศว
ผศ.ดร. รวิเทพ มุสิกะปาน , ดร. กรกลด คำสุข, ดร. อรัญ วานิชกร, ดร.นัดดาวดี บุญญะเดโช, ดร.กนกวรรณ ใจหาญ และ น.ส.นภัชญาพัฒนมหเจริญ, น.ส. ปิยะศรี แจ่มใส นิสิตปริญญาโท นวัตกรรมการออกแบบแฟชั่น ชั้นปีที่ 1 มศว ร่วมกับทีมกลุ่มกลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาหม่อนไหมและพัฒนาลวดลายผ้าไหม กรมหม่อนไหม

โครงการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไหมอัตลักษณ์พื้น ในการวิจัยการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมซิ่นแตงโม โดยกรมหม่อนไหม ร่วมกับวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งทาการศึกษาข้อมูลของกลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว อาเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อม ทั้งวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกาหนดแนวทางในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปผ้าไหมซิ่นลายแตงโมของ กลุ่มทอผ้าไทยทรงดา บ้านดอนมะนาว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และดำเนินการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ Lifestyle ประเภทต่างๆ ให้กับกลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัด สุพรรณบุรี โดยใช้แนวคิดในการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creative) นวัตกรรม (Innovation) และ อัตลักษณ์พื้นถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน

ยลโฉมผลงานสุดครีเอตของนักศึกษาแฟชั่นไทยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในโปรเจ็กต์ #GQSupportsNewGen

ขอบคุณ นิตยสาร GQ ประเทศไทย ที่สนับสนุนผลงานสร้างสรรค์แฟชั่น FASH SWU CCI 🙏❤️ GQ Thailand

นอกจากการจัดแสดงแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นใหม่ตามฤดูกาลของแบรนด์ดังที่สายแฟฯ ทุกคนต้องติดตามแล้ว ยังมีการจัดแสดงผลงานของนิสิตนักศึกษาแฟชั่นไทยชั้นปีที่ 4 ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ในฐานะที่ GQ เป็นอีกหนึ่งสื่อแฟชั่นที่คอยสนับสนุนผลงานของว่าที่นักออกแบบหน้าใหม่ที่จะก้าวเข้ามาขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทยให้ดียิ่งขึ้น เราจึงขอสานต่อแคมเปญ #GQSupportsNewGen เป็นครั้งที่ 3

     เมื่อปีก่อน #GQSupportsNewGen ได้นำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาที่ทำเสื้อผ้าผู้ชายที่มีความโดดเด่นเพียงมหาวิทยาลัยละ 1 คน แต่ปีนี้ GQ Thailand ขอเพิ่มความพิเศษยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยมีผลงานการดีไซน์เครื่องแต่งกายสุภาพสตรีเพิ่มเข้ามาด้วย เนื่องจากความสามารถของนิสิตนักศึกษาที่มีทักษะและความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เราจึงขอเปิดแคมเปญปีล่าสุดด้วยผลงานนิสิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบแฟชั่น

     เป็นคอลเล็กชั่นที่รวบรวมไว้ซึ่งวัฒนธรรมของ 3 ชนชาติ ได้แก่ ละครงิ้วของจีน ละครคาบูกิของญี่ปุ่น และภูมิปัญญาบายศรีสู่ขวัญของไทยเข้าไว้ด้วยกัน โดยเฌอพัชญ์ เศวตภาคิน เจ้าของผลงานรับแรงบันดาลใจจากฉากหนึ่งในละครจากประเทศจีนที่มีชื่อว่า Winter Begonia เช่นเดียวกับชื่อผลงานของเธอ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปรียบเทียบศิลปะและวัฒนธรรมของจีนในยุคทศวรรษที่ 1930s และการเข้ามาเปลี่ยนแปลงของคนญี่ปุ่น ที่นำละครคาบูกิเข้ามา 

     เฌอพัชญ์ได้บอกกับ GQ ว่า “จากมุมมองของบุคคลภายนอกอย่างเรา รู้สึกว่าสองวัฒนธรรมนี้มีความเหมือนที่แตกต่างอย่างลงตัว” เธอจึงได้นำเอกลักษณ์ของสองวัฒนธรรมมาผสมผสานกันในผลงานของเธอ ผ่านการจับคู่สีและการสร้างซิลูเอตของเครื่องแต่งกายที่มีกลิ่นอายของทั้งสองวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่

สาเหตุที่เธอเลือกสอดแทรกภูมิปัญญาบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยของชาวเหนือและชาวอีสานที่มีเอกลักษณ์ในด้านงานหัตถกรรมอย่างการพับใบตองเข้าไปในคอลเล็กชั่น เนื่องจากได้พบจุดเชื่อมโยงระหว่างจุดกำเนิดของละครคาบูกิที่มีความใกล้เคียงกับการทำบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อในการเคารพบูชาบรรพบุรุษ เธอจึงได้นำสิ่งนี้มาต่อยอดในเรื่องเทคนิคการทำเสื้อผ้า เช่น การตีฟูผ้าให้เกิดเท็กซ์เจอร์ การใช้นวมบุยัดเพื่อให้เกิดรูปทรงคล้ายบายศรี รวมถึงการทำแพตเทิร์นที่ถ้าหากคลี่ส่วนประกอบแต่ละชิ้นออกมาแล้ว จะพบว่าแพตเทิร์นแต่ละชิ้นนั้นมีรูปทรงเรขาคณิตเหมือนกับการพับใบตองบายศรีสู่ขวัญ รวมถึงการนำรูปทรงของบายศรีที่ทำให้ซิลูเอตของชุดมีความเว้าโค้งและเป็นชั้นๆ

     ในส่วนของวัสดุ เธอนำผ้าเดนิมค้างสต๊อกมาใช้ในการผลิต ผสมผสานกับการใช้ผ้าดิบที่ได้มาจากชุดตัวอย่างทุกชุดของทุกปีการศึกษาที่เธอได้ทำมาตลอดมาใช้ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ และยังถือเป็นการออกแบบเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย

เมื่อไม่อยากใส่ชุดนิสิต ก็ทำแบรนด์ตัวเองใส่มันเสียเลย! ‘ปัณฎา’ เด็กรุ่นใหม่กับการตามหาความฝัน ทลายกรอบข้อจำกัดด้วยไอเดีย

เมื่อก่อน หากถามเด็กๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร คำตอบส่วนใหญ่คงเป็นหมอ ครู นักวิทยาศาสตร์ ข้าราชการ ฯลฯ แต่สมัยนี้ เมื่อโลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป เด็กได้เห็นโลกกว้างตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้สิ่งที่เด็กอยากเป็นมีมากกว่านั้น เด็กบางคนอยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักแสดง เป็นศิลปิน เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เป็นเมคอัพอาร์ติสท์ หรือเป็นดีไซเนอร์
‘ปัณฎา’ ฐิติภา ชวนะศิลป์ เป็นหนึ่งในเยาวชนที่มีความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็น ‘ดีไซเนอร์’ และไล่ตามความฝันนั้นตั้งแต่ ป.5 จนปัจจุบันในวัยเพียง 20 ปี ปัณฎา และเพื่อนมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ในชื่อ ‘Gentle Laundry’ และตั้งเป้าหมายในการ ‘ทะลุกรอบ’ แฟชั่นดีไซน์ออกไปให้ไกลที่สุด
เส้นทางแห่งความฝันไม่ได้มีแค่ความสำเร็จ แต่เต็มไปด้วยอุปสรรคระหว่างทาง
The Reporters ได้พบกับปัณฎาจากงาน Bangkok International Fashion Week 2022 (BIFW 2022) ในฐานะนิสิตที่นำงานดีไซน์เสื้อผ้าของตนเองมาเดินโชว์ในงาน และสนใจในเรื่องราวของเธอจึงอยากนำเสนอเพื่อให้เป็นตัวอย่างกับคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจเกี่ยวกับการออกแบบว่าทำอย่างไรจึงจะเดินตามความฝันนี้ได้
เราพบกับเธออีกครั้งหลังเข้าคลาสเรียนที่วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาเเฟชั่น สิ่งทอ เเละเครื่องตกเเต่ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในชุดเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง โดยปัณฎาบอกว่าที่คณะเปิดกว้าง ไม่ได้บังคับว่าต้องใส่ชุดนิสิตมาเรียน ส่วนใหญ่จึงแต่งตัวตามความเหมาะสม แต่สำหรับเธอ เมื่อไม่ใส่ชุดนิสิต ก็เลยใส่เสื้อผ้าที่ทำเองเสียเลยเหมือนทุกที่เป็นดิสเพลย์ให้กับแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองที่ร่วมกับเพื่อนอีก 5 คนร่วมกันทำขึ้นมา
แต่กว่าจะมาถึงความฝันไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ได้มีแต่ความสำเร็จ ปัณฎาเล่าให้ฟังว่า เธอกับเพื่อนอีก 5 คนร่วมกันทำ Gentle Laundry ขึ้นมาก็เพราะอยากสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ตามจินตนาการที่มี และแสดงความสามารถในการออกแบบ สร้างสรรค์ออกมา แต่มันก็ไม่ง่ายเลย
“เราต้องเริ่มจากสินค้าเเฟชั่นที่ใช้ทุนน้อย แมส และขายง่ายก่อน สิ่งที่อยากทำ พลังที่อยากปลดปล่อยก็เลยยังไปได้ไม่สุด เงินทุนก็ต้องหา ต้องลงทุนกันเอง เหนื่อย และเครียดจนคิดอยากจะเลิกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังจับมือกันสู้มา และเหมือนโชคดีเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมง เราได้นำแบรนด์ไปนำเสนอไอเดีย Virtual Wear ในการประกวด Smart Start Idea by GSB Start up จนได้รับรางวัล และได้เงินมาทำแบรนด์ต่อ ได้สร้างสรรค์งานแบบที่เราอยากทำ และทำให้แบรนด์ยังมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ และมีแผนจะต่อยอดไปในอนาคต” ปัณฎา เล่าให้ฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
อนาคตเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ ไอเดียแปลกใหม่ที่ต้องเปิดกว้างเพื่อยอมรับ
ปัณฎา อธิบายว่า ในโลกยุคใหม่คนมีเทรนด์เเฟชั่นที่เปลี่ยนเร็วจนเกิดเป็นฟาสต์เเฟชั่น รวมถึงการเข้ามาของ metaverse ทำให้เกิดไอเดีย Virtual Wear ที่แบรนด์จะทำทั้งสินค้าจริง และ Virtual Wear โดยผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าพร้อมกัน หรือจะเลือกสั่งแต่สินค้าจริง หรือจะเลือกซื้อแต่ Virtual Wear ก็ได้เช่นกัน ซึ่งการซื้อแต่ Virtual ดีจะตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากเข้าถึงแฟชั่น แต่ก็กลัวเรื่อง Fast Fashion หรือมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือต้องการแต่งตัวให้กับตัวเองเฉพาะใน metaverse โดยปัจจุบันเสียงตอบรับของ Virtual Wear ในไทยยังไม่ดีนัก แต่ในต่างประเทศมีการตอบรับดีเยี่ยม และเราเชื่อมั่นว่ามันจะกลายเป็นกระแสหลักของโลกแฟชั่นในอนาคตอย่างแน่นอน
โลกยุคใหม่ ควรจะเป็นโลกที่คนรุ่นใหม่จะแสดงฝีมือ และสร้างสรรค์มันขึ้น ปัณฎา กล่าวว่าเชื่อเหลือเกินว่าเด็กไทย ไม่แพ้ใคร แฟชั่นของเราสามารถไปสู่ระดับอินเตอร์ได้ แต่ส่วนตัวมองว่าปัญหาสำคัญคือกำแพงใหญ่อย่าง “กรอบ” “ทุน” และ “โอกาส”
“เรารู้สึกว่าฝีมือคนไทยยังไงก็สู้ต่างชาติได้เเน่นอน เเต่เรารู้สึกว่าวงการเเฟชั่นในไทยยังยึดติดกรอบความคิดเดิมมากเกินไป โดยเราคิดว่ากรอบความคิดทําให้ไม่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างเช่นความเป็นไทยถ้าเราตีความออกนอกกรอบ แล้วมาผสมกับการตีความรูปเเบบใหม่ ๆ ก็ทําให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายกว่าเดิม และยังเป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทยที่ดีที่สุด เป็นไทยร่วมสมัยสไตล์คนรุ่นใหม่”
“อุปสรรคใหญ่ที่สุดอีกสิ่งคือเรื่องของทุน ทุกอย่างมีต้นทุนมีค่าใช้จ่าย จากไอเดียกว่าจะออกมาเป็นผลงานมีทั้งค่าวัสดุ อุปกรณ์ ค่าตัดเย็บ ฯลฯ ซึ่งหากเราไม่มีทุน คุณภาพของงานก็ย่อมลดลง หลายๆ คนไม่สามารถนำไอเดียมาแปลงเป็นสินค้าได้เพราะไม่มีทุน และไม่มีโอกาส หากมีหน่วยงาน หรือนโยบายมารองรับในส่วนนี้ เชื่อว่าการเติบโตของแบรนด์รุ่นใหม่ของไทย จะโตขึ้น และประสบความสำเร็จในเวทีโลกได้อย่างแน่นอน”
ปัณฎา กล่าว
คำแนะนำสำหรับน้องๆ ที่อยากจะมาสายแฟชั่น
ปัณฎา เล่าว่าเธอรู้ตัวมาตั้งแต่ ป.5 ว่าอยากจะทำงานด้านนี้ และได้สมัครเข้าเรียนกับสถาบันแฟชั่นชื่อดังแห่งหนึ่ง เพราะอยากเรียนให้รู้ และไปให้ไกลที่สุด แต่สุดท้ายด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ด.ญ.ปัณฎา ในวันนั้นที่วัยวุฒิ และความแข็งแกร่งยังไม่มีเพียงพอให้เรียนคอร์สออกแบบร่วมกับผู้ใหญ่ที่ต่างวัยกันมากๆ ได้ ก็เลือกทางที่ปลอดภัยกว่า คือเรียนสายสามัญต่อไปในระดับมัธยมศึกษา และเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาที่เธอจะได้สานต่อความฝันได้ และใช้ผลงานที่มี (Portfolio) ในการสมัครเข้าเรียน จนปัจจุบัน เธอกำลังศึกษาอยู่ปี 3 วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาเเฟชั่น สิ่งทอ เเละเครื่องตกเเต่ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
“ตอนเเรกเราฝันสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมายหลากหลายเเบบพอเราได้มาเรียนเเฟชั่นจริง ๆ เราได้เรียนรู้อะไรที่ไม่คาดคิดมากมาย สําหรับเรา เเฟชั่นไม่ใช่เเค่ดีไซน์เนอร์ เเต่หมายถึงทุกคนในวงการทุกคนที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากขาดใครไปสักคนนึงเเฟชั่นก็คงจืดจางไปมาก ๆ”
สำหรับเด็กๆ ที่สนใจในเรื่องของแฟชั่น และการดีไซน์ ปัณฎา แนะนำว่าอยากให้ตั้งเป้าให้ชัดเจน และสั่งสมประสบการณ์ ดูให้มาก ศึกษาให้มาก และเปิดโอกาสให้ตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์ให้มากโดยคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา อย่าให้อะไรหลุดมือไปและต้องเสียใจภายหลัง
“นอกจากตัวเด็กเองแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโอกาสที่ผู้ใหญ่จะมอบให้พวกเราได้ นโยบาย การสนับสนุนที่จริงจัง และเปิดโอกาสให้ทุกความคิดโดยไม่ใส่กรอบให้เรา จะทำให้วงการแฟชั่น รวมไปจนถึงทุกๆ วงการเติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน” ปัณฎา กล่าวทิ้งท้าย
เรื่อง/ ภาพ: ศุภสัณห์ กันณรงค์

“Apisit Permlab” FASH18 แฟชั่น มศว CCI The Winner Project Runway Thailand คนแรกของประเทศไทย

ยินดีกับ “โฟล์ค อภิสิทธิ์”
Apisit Permlab FASH18 แฟชั่น มศว CCI The Winner Project Runway Thailand คนแรกของประเทศไทย
นำ Thesis ของตัวเองในแนวคิดภูมิปัญญาไทยสู่งานแฟชั่น ต่อยอดจนประสบความสำเร็จ
BA. Fashion, Textiles and Accessories.
New fashion school of swu
College of creative industry
Srinakharinwirot University

ใหม่ ดาวิกา @davikah สวมใส่แจ๊กเก็ต ฮู้ดหัวคน จาก Fashion Design Thesis จาก FASH 20 ออกแบบโดย Pongpasin Sopa

ผลงาน แฟชั่น มศว CCI เผยแพร่ในนิตยสารระดับโลก นิตยสาร L’Officie L’Officiel Italia ประเทศอิตาลี โดยใหม่ ดาวิกา @davikah สวมใส่แจ๊กเก็ต ฮู้ดหัวคน จาก Fashion Design Thesis จาก FASH 20 ออกแบบโดย Pongpasin Sopa
Thanks 🙏❤️
@madamefin_official
สไตลิส์ โดย @luknut_luknut
New fashion school of swu
College of Creative Industry SWU
Srinakharinwirot University
Bangkok, Thailand.

Runway Fashion Show นิสิตชั้นปีที่3 Fash22 ในแนววคิดภูมิปัญญาไทยและBCG

จากนิสิตแฟชั่น มศว CCI ชั้นปีที่3

วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว

รวม 34 คอลเลคชั่น Presented by Uficon

ในแนวคิด ภูมิปัญญาไทย และ BCG

จากสถาณการณ์อันเลวร้ายทางสิ่งแวดล้อมของโลกเมื่ออุตสาหกรรมแฟชั่นถูกตีตราว่าเป็นต้นเหตุของสถาณการ์นั้น หลายแบรนด์กำลังโปรโมทนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับแบรนด์ของตัวเองอย่างหนักหน่วง แต่สิ่งที่โปรโมทมาทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่ มายาคติ ของโมเดลธุรกิจของอุตสาหกรรมแฟชั่นเท่านั้นหรือไม่ คงต้องรอดู การเรียนการสอนแฟชั่นในมหาวิทยาลัย ในฐานะต้นน้ำของการผลิตนักออกแบบแฟชั่น จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการเรียนการสอนใหม่ เพื่อให้มีแนวทางการสร้างสรรค์ให้เท่าทันสถาณการณ์ด้วยเช่นกัน หลักสูตรต้องมีสร้างประสบการณ์การรับรู้ การทดลอง และการหากระบวนการทางการสร้างสรรค์ในการรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมของโลกไปพร้อมๆกับนิสิต
หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว หรือ FASH SWU CCI จึงบรรจุแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) ผสมผสานกับการศึกษาการสร้างสรรค์งานหัตกรรมภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมเป็นในโจทย์ของการออกแบบผลงานแฟชั่นของนิสิตในหลักสูตร
จนออกมาเป็นผลงานการออกแบบแฟชั่นของนิสิตชั้นปีที่3 (FASH22) ในครั้งนี้ จำนวน 34 คอลเลคชั่น ทั้งหมดใช้วัสดุที่เป็นผ้า เหลือทิ้งจากการผลิตในระบบอุตสาหกรรมแฟชั่น หรือวัสดุเหลือใช้ หรือของเก่าจากอุตสหกรรมแฟชั่นและต่างอุตสหกรรมมาสู่การทดลองเทคนิคทางหัตกรรมภูมปัญญาไทยเพื่อให้เกิดวัสดุใหม่ พื้นผิวใหม่ ตั้งแต่การถัก ทอ พิมพ์ย้อม จนไปถึงการทดลองผสมผสานนวัตกรรมใหม่ที่มีอยู่ลงไปในงานหัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นไปในทิศทางใหม่และแสดงให้เห็นแนวคิดทางการออกแบบแฟชั้นที่ยั่งยืนจากคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้เพื่อการต่อยอดในการสร้างสรรค์ Fashion Thesis ของพวกเค้าในชั้นปีที่ 4 ในปีถัดไป
ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน
ประธานหลักสูตร แฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง
FASH SWU CCI