ขอบคุณ นิตยสาร GQ ประเทศไทย ที่สนับสนุนผลงานสร้างสรรค์แฟชั่น FASH SWU CCI ![]()
GQ Thailand
นอกจากการจัดแสดงแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นใหม่ตามฤดูกาลของแบรนด์ดังที่สายแฟฯ ทุกคนต้องติดตามแล้ว ยังมีการจัดแสดงผลงานของนิสิตนักศึกษาแฟชั่นไทยชั้นปีที่ 4 ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ในฐานะที่ GQ เป็นอีกหนึ่งสื่อแฟชั่นที่คอยสนับสนุนผลงานของว่าที่นักออกแบบหน้าใหม่ที่จะก้าวเข้ามาขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทยให้ดียิ่งขึ้น เราจึงขอสานต่อแคมเปญ #GQSupportsNewGen เป็นครั้งที่ 3
เมื่อปีก่อน #GQSupportsNewGen ได้นำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาที่ทำเสื้อผ้าผู้ชายที่มีความโดดเด่นเพียงมหาวิทยาลัยละ 1 คน แต่ปีนี้ GQ Thailand ขอเพิ่มความพิเศษยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการนำเสนอผลงานของนิสิตนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยมีผลงานการดีไซน์เครื่องแต่งกายสุภาพสตรีเพิ่มเข้ามาด้วย เนื่องจากความสามารถของนิสิตนักศึกษาที่มีทักษะและความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เราจึงขอเปิดแคมเปญปีล่าสุดด้วยผลงานนิสิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบแฟชั่น
เป็นคอลเล็กชั่นที่รวบรวมไว้ซึ่งวัฒนธรรมของ 3 ชนชาติ ได้แก่ ละครงิ้วของจีน ละครคาบูกิของญี่ปุ่น และภูมิปัญญาบายศรีสู่ขวัญของไทยเข้าไว้ด้วยกัน โดยเฌอพัชญ์ เศวตภาคิน เจ้าของผลงานรับแรงบันดาลใจจากฉากหนึ่งในละครจากประเทศจีนที่มีชื่อว่า Winter Begonia เช่นเดียวกับชื่อผลงานของเธอ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปรียบเทียบศิลปะและวัฒนธรรมของจีนในยุคทศวรรษที่ 1930s และการเข้ามาเปลี่ยนแปลงของคนญี่ปุ่น ที่นำละครคาบูกิเข้ามา
เฌอพัชญ์ได้บอกกับ GQ ว่า “จากมุมมองของบุคคลภายนอกอย่างเรา รู้สึกว่าสองวัฒนธรรมนี้มีความเหมือนที่แตกต่างอย่างลงตัว” เธอจึงได้นำเอกลักษณ์ของสองวัฒนธรรมมาผสมผสานกันในผลงานของเธอ ผ่านการจับคู่สีและการสร้างซิลูเอตของเครื่องแต่งกายที่มีกลิ่นอายของทั้งสองวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่
สาเหตุที่เธอเลือกสอดแทรกภูมิปัญญาบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยของชาวเหนือและชาวอีสานที่มีเอกลักษณ์ในด้านงานหัตถกรรมอย่างการพับใบตองเข้าไปในคอลเล็กชั่น เนื่องจากได้พบจุดเชื่อมโยงระหว่างจุดกำเนิดของละครคาบูกิที่มีความใกล้เคียงกับการทำบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อในการเคารพบูชาบรรพบุรุษ เธอจึงได้นำสิ่งนี้มาต่อยอดในเรื่องเทคนิคการทำเสื้อผ้า เช่น การตีฟูผ้าให้เกิดเท็กซ์เจอร์ การใช้นวมบุยัดเพื่อให้เกิดรูปทรงคล้ายบายศรี รวมถึงการทำแพตเทิร์นที่ถ้าหากคลี่ส่วนประกอบแต่ละชิ้นออกมาแล้ว จะพบว่าแพตเทิร์นแต่ละชิ้นนั้นมีรูปทรงเรขาคณิตเหมือนกับการพับใบตองบายศรีสู่ขวัญ รวมถึงการนำรูปทรงของบายศรีที่ทำให้ซิลูเอตของชุดมีความเว้าโค้งและเป็นชั้นๆ
ในส่วนของวัสดุ เธอนำผ้าเดนิมค้างสต๊อกมาใช้ในการผลิต ผสมผสานกับการใช้ผ้าดิบที่ได้มาจากชุดตัวอย่างทุกชุดของทุกปีการศึกษาที่เธอได้ทำมาตลอดมาใช้ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ และยังถือเป็นการออกแบบเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย