ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) FASHION VDO : VIRTUAL RUTINE

ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) เมื่อเราจะอยู่กับผ้าไทยได้ทุกวัน และผ้าไทยเหมาะกับทุกคน FASHION VIDEO : VIETUAL ROUTINES
วีดีโอแฟชั่นที่นำเสนอให้เห็นถึงคนในยุคนี้ ที่ผ่านช่วงสถาณการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยผ่านตัวละคร ชายหญิง ยุคใหม่ 2 คน ที่ต้องดำเนินชีวิตไปในทุกๆวัน พร้อมกับการทำงานและต้องอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เค้าจึงสร้างสรรค์กิจกรรมของตัวให้น่าตื่นเต้นจากสิ่งรอบตัวที่เค้าใช้ผ้าไทยเป็นส่วนประกอบหลัก แสดงใช้ตัวเองไปเป็นสิ่งของต่าง ที่ทำให้เค้าไม่จำเจและเกิดแรงบัลดาลใจใหม่ๆได้ในแต่ล่ะวันที่เค้าสองคนต้องอยู่ร่วมกัน

ผลงานวิจัย การผสมผสานเส้นไหมผสมวัสดุอื่นจากการทอผ้าทอมือ จากการทอผสม ไหมไทย ไหมลืบ ไหมแลง ไหมโรงงาน ไหมคิบิโซ่ ไหมอีรี่ กัญชง ฝ้าย มาเป็นผ้าไหมทอมือผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) ใน โครงการ ไหมไทยสร้างสรรค์ 2020: การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมผสมเส้นใยอื่น (Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials) โดย กรมหม่อนไหม ร่วมกับ หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials Cooperation between the Queen Sirikit Department of Sericulture and College of Creative Industry, Srinakharinwirot University
This project aims to study and develop the weaving process of silk yarn and other fiber, to study the properties of the prototype fabric in order to contribute to value creation, product variations and product differentiation for the products developed from Thai silk by using textile technologies and innovations along with creative design.
By inserting other materials during the weaving process, the product structured were designed and developed and the weaving experiments of more than 30 designs were carried out. Five suitable designs were then selected for creating the new possibilities in restoring and reviving Thai wisdom into a new lifestyle in the New Normal era by developing the fashion and lifestyle products of different categories for a new way of life.
The creation of fashion lifestyle products was carried out by 6 researchers, namely Asst. Prof. Dr. Ravitep Musikapan; Dr. Koraklod Kumsook; Dr. Naddawadee Boonyadacho, College of Creative Industry, Srinakharinwirot University; Ms. Patararin Pongprasit, the founder of the VINN PATARARIN brand; Ms. Phraeva Rujinarong from Termtem Studio, and Mr. Suradet Teerakul, Industrial Products Designer, The Queen Sirikit Department of Sericulture. The exhibition of these products was presented in the placement and the form of digital fashion video.

ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) โครงการ ไหมไทยสร้างสรรค์ 2020 EP.2

ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) เมื่อเราจะอยู่กับผ้าไทยได้ทุกวัน ตอนที่ 2 (EP.2) FINAL PRODUCT & FASHION VIDEO (VIETUAL ROUTINES)

ผลงานวิจัย การผสมผสานเส้นไหมผสมวัสดุอื่นจากการทอผ้าทอมือ จากการทอผสม ไหมไทย ไหมลืบ ไหมแลง ไหมโรงงาน ไหมคิบิโซ่ ไหมอีรี่ กัญชง ฝ้าย มาเป็นผ้าไหมทอมือผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) ใน โครงการ ไหมไทยสร้างสรรค์ 2020: การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมผสมเส้นใยอื่น (Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials) โดย กรมหม่อนไหม ร่วมกับ หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials Cooperation between the Queen Sirikit Department of Sericulture and College of Creative Industry, Srinakharinwirot University
This project aims to study and develop the weaving process of silk yarn and other fiber, to study the properties of the prototype fabric in order to contribute to value creation, product variations and product differentiation for the products developed from Thai silk by using textile technologies and innovations along with creative design.
By inserting other materials during the weaving process, the product structured were designed and developed and the weaving experiments of more than 30 designs were carried out. Five suitable designs were then selected for creating the new possibilities in restoring and reviving Thai wisdom into a new lifestyle in the New Normal era by developing the fashion and lifestyle products of different categories for a new way of life.
The creation of fashion lifestyle products was carried out by 6 researchers, namely Asst. Prof. Dr. Ravitep Musikapan; Dr. Koraklod Kumsook; Dr. Naddawadee Boonyadacho, College of Creative Industry, Srinakharinwirot University; Ms. Patararin Pongprasit, the founder of the VINN PATARARIN brand; Ms. Phraeva Rujinarong from Termtem Studio, and Mr. Suradet Teerakul, Industrial Products Designer, The Queen Sirikit Department of Sericulture. The exhibition of these products was presented in the placement and the form of digital fashion video.

ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) โครงการ ไหมไทยสร้างสรรค์ 2020 EP.1

ผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) ตอนที่ 1 (EP.1) RESEARCH & DEVELOPMENT

ผลงานวิจัย การผสมผสานเส้นไหมผสมวัสดุอื่นจากการทอผ้าทอมือ จากการทอผสม ไหมไทย ไหมลืบ ไหมแลง ไหมโรงงาน ไหมคิบิโซ่ ไหมอีรี่ กัญชง ฝ้าย มาเป็นผ้าไหมทอมือผ้าไหมแนวทางใหม่ ในวิถีนิวนอร์มัล (New Normal) ใน โครงการ ไหมไทยสร้างสรรค์ 2020: การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมผสมเส้นใยอื่น (Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials) โดย กรมหม่อนไหม ร่วมกับ หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

Creative Thai Silk 2020: Products development from Combination of silk yarn with other materials Cooperation between the Queen Sirikit Department of Sericulture and College of Creative Industry, Srinakharinwirot University
This project aims to study and develop the weaving process of silk yarn and other fiber, to study the properties of the prototype fabric in order to contribute to value creation, product variations and product differentiation for the products developed from Thai silk by using textile technologies and innovations along with creative design.
By inserting other materials during the weaving process, the product structured were designed and developed and the weaving experiments of more than 30 designs were carried out. Five suitable designs were then selected for creating the new possibilities in restoring and reviving Thai wisdom into a new lifestyle in the New Normal era by developing the fashion and lifestyle products of different categories for a new way of life.
The creation of fashion lifestyle products was carried out by 6 researchers, namely Asst. Prof. Dr. Ravitep Musikapan; Dr. Koraklod Kumsook; Dr. Naddawadee Boonyadacho, College of Creative Industry, Srinakharinwirot University; Ms. Patararin Pongprasit, the founder of the VINN PATARARIN brand; Ms. Phraeva Rujinarong from Termtem Studio, and Mr. Suradet Teerakul, Industrial Products Designer, The Queen Sirikit Department of Sericulture. The exhibition of these products was presented in the placement and the form of digital fashion video.

แนะนำ TCAS64 PORTFOLIO แฟชั่น มศว CCI การสมัครเข้าเรียน แฟชั่น มศว CCI ประจำปีการศึกษา 2564

แนะนำ TCAS64 PORTFOLIO แฟชั่น มศว CCI การสมัครเข้าเรียน แฟชั่น มศว CCI ประจำปีการศึกษา 2564 การเตรียมตัวทำ portfolio เพื่อยื่นเข้าศึกษา และการเตรียมตัวเพื่อรับการสัมภาษณ์ สำหรับการเข้าศึกษา แฟชั่น มศว ในรุ่นที่ 24 หรือ FASH24 สู้ๆจะเด็กๆ แล้วพบกัน เข้าดูรายละเอียดการสมัครสอบในเอกสารรับสมัคร ได้ที่ โครงการผู้มีทักษะพิเศษด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หน้าที่ 76-77 หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง ใน link นี้ https://admission.swu.ac.th/file_staf… #แฟชั่น มศว cci #แฟชั่น มศว #fashswu #แฟชั่น #fashswucci

FASH SWU X Jim Thompson

FASH X Jim Thompson เสื้อฮาวายสุดพิเศษ 1 ตัว 1 ลาย ไม่ซ้ำกัน จาก ผลงานออกแบบของนิสิตชั้นปีที่ 2 หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยใช้ผ้าจาก Jim Thompson ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2020 โปรเจ็คนี้เป็นการทดลองออกแบบสินค้าแฟชั่นจากวัสดุใหม่ๆและการนำเสนอ ในรายวิชา Creative Materials and Technical Practice for Fashion. ทั้งนี้เพื่อให้นิสิตนำผลงานการออกแบบมาทดลองนำเสนอสินค้าแฟชั่นสู่ผู้บริโภคจริง
BA. Fashion, Textiles and Accessories.
New fashion school of swu
College of Creative Industry SWU
Srinakharinwirot University

สุดยอดผ้าไหมบาติก ผลงานรางวัลวิจัยดี งานประชุมวิชาการหม่อนไหม ประจำปี พ.ศ. 2562

สุดยอดผ้าไหมบาติก ผลงานรางวัลวิจัยดี งานประชุมวิชาการหม่อนไหม ประจำปี พ.ศ. 2562

สุดยอดไหมบาติก เมื่อการสร้างสรรค์ผลงานผ้าไหมบาติก ได้รับผลงานรางวัลวิจัยดี งานประชุมวิชาการหม่อนไหม ประจำปี พ.ศ. 2562  ในวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เรามาดูว่าผลงานการสร้างสรรค์ผลงานผ้าไหมบาติก ในผลงานวิจัยชิ้นนี้มีความน่าสนใจอย่างไร

ผลงานวิจัยโครงการวิจัยและพัฒนาลวดลายผ้าบาติกไหมไทยภาคใต้ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไหมไทยร่วมสมัย (Development of “Batik” Pattern and technique in Southern Thai silk  for Creative Contemporary Thai Silk Fashion) เป็นโครการวิจัยที่เป็นการร่วมมือของ กรมหม่อนไหม กับ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  และสถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มศว ของ สุระเดช ธีรกุล  และทีมวิจัยสำนักวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม กรมหม่อนไหม ร่วมกับ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รวิเทพ  มุสิกะปาน ดร. กรกลด คำสุข ทีมคณาจารย์หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว   ที่เน้นงานวิจัยต่อยอดนวัตกรรมตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมบาติกต้นแบบ ใน 4 กลุ่มช่างฝีมือที่เข้าร่วมโครงการ ดาหลาบาติก  ชัยบาติก กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง และกลุ่มผ้าบาติกบ้านคอเอน

จุดประสงค์เพื่อสร้างแนวทางและวิธีการในการพัฒนาลวดลายผ้าบาติกไหมไทยสำหรับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไหมไทย ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจด้านหม่อนไหม และเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด มุมมอง และเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ ของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเทคนิคบาติก  ผู้เชี่ยวชาญ และนักศึกษา เกิดเป็นเครือข่ายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานทดลองในครั้งนี้  

ที่มีแนวทางร่วมกันดังนี้   แนวทางในการพัฒนาลวดลายผ้าบาติกไหมไทยสำหรับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไหมไทย  ควรมีการปรับรูปแบบของลวดลายให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น อาจมีการลดทอนรายละเอียดจากลวดลายเอกลักษณ์เดิมลง คงไว้ซึ่งลักษณะของลวดลายที่เกิดจากเทคนิคการวาดและพิมพ์เทียน เลือกใช้กลุ่มและสัดส่วนสีที่ลงตัว สอดคล้องกับ แนวคิดจากกระแสแนวโน้มแฟชั่นสากล ประยุกต์ให้มีความสอดคล้องกับความสามารถในการผลิตผ้าไหมบาติกของแต่ละกลุ่ม ใช้ความน่าสนใจโดยการมีเรื่องราวแรงบันดาลใจมาจากท้องถิ่น สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว  ควรมีแนวคิดเชื่อมโยง การใช้ชีวิต รูปแบบของการพัฒนาผลิตภัณฑ์มีความเป็นชนบทแก่ชุมชนเมือง การยอมรับในสินค้าจากชุมชน สินค้าที่มีความเป็นหัตถกรรม สู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่เน้นไปในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการมาก ออกแนวลำลอง (casual style) มีลักษณะของผ้าไหมบาติกที่มีความพลิ้วไหว ดูมีความเคลื่อนไหว (movement) มีชีวิตชีวา

กลุ่มผ้าบาติกบ้านคอเอน ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต  กลุ่มผู้ผลิตผ้าบาติก ซึ่งมีประสบการณ์มานานกว่า 10 ปี เน้นสร้างสรรค์ผืนผ้าด้วยการเขียนเทียน ลวดลายส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลมาจากธรรมชาติและทะเลภูเก็ต พัฒนาลวดลายผ้าไหมบาติก

กลุ่มชัยบาติก ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้ผลิตผ้าบาติก ซึ่งมีหัวหน้ากลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตผ้าบาติกที่โดดเด่นด้วยลวดลายแนวนามธรรม (Abstract) ที่ซับซ้อน ผสมผสานหลากหลายเทคนิคในการสร้างสรรค์ผ้าผืนที่มีความเป็นงานศิลปะ รวมไปถึงการผลิตผ้าบาติกด้วยเทคนิคการพิมพ์เทียนที่เน้นใช้ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เชิงการค้า พัฒนาลวดลายผ้าไหมบาติกลาย abstract

กลุ่มดาหลาบาติก ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ผลิตผ้าบาติกที่โดดเด่นด้วยลวดลายดั้งเดิมที่มีกลิ่นอายความเป็นมลายูผสมกับไทยไปจนถึงลวดลายประยุกต์ที่มีความร่วมสมัย โดยเทคนิคการพิมพ์เทียนด้วยแม่พิมพ์โลหะ พัฒนาลวดลายผ้าไหมบาติก ลายประแจจีน และลายดอกจอก

กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มผู้ผลิตผ้าบาติกด้วยสีธรรมชาติ สร้างสรรค์ลวดลายด้วยการเขียนเทียนที่มีแรงบันดาลใจมาจากพืชพรรณธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของบ้านคีรีวง ย้อมสีและลงสีด้วยสีธรรมชาติที่ใช้วัตถุดิบจากพืชพรรณในท้องถิ่น พัฒนาลวดลายผ้าไหมบาติก ย้อมด้วยสีธรรมชาติ ได้แก่ สีเขียวจากใบหูกวาง สีน้ำตาลจากแกนหลุมพอ และสีเทาจากเปลือกเงาะ

ลักษณะของงานบาติกในรูปแบบการเขียนเทียน (Wax writing) เอกลักษณ์ที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับผู้คิดค้นลายหรือผู้วาดลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีความสามารถในการวาดภาพ และเป็นผู้นำกลุ่ม ลวดลายในการเขียนผ้าบาติกนั้นจะแสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปินผู้วาด แสดงถึงความเป็นตัวตน (Self-expression) สื่อผ่านชิ้นงานนั้นๆ ในรูปแบบของเส้นสายที่ใช้ เทคนิคในการวาด การใช้สี มีการลดทอนรายละเอียด (Simplify) จากแรงบันดาลจากสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ไปจนถึงลักษณะการวาดภาพเชิงนามธรรม (abstract) จากจินตนาการของผู้วาดเอง ต้องมีการปรับแบบร่างการออกแบบไปตามทักษะและเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมบาติกกรณีศึกษา

ลักษณะของงานบาติกแบบพิมพ์เทียน (Cap printing) ขึ้นกับผู้ออกแบบลวดลายและวิธีในการผลิตแม่พิมพ์ซึ่งเป็นแม่พิมพ์จากพลาสติก และโลหะ ลวดลายการพิมพ์เทียนของแต่ละกลุ่มจะมีแบบอย่างเฉพาะตัว (style) แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น ลวดลายที่พัฒนามาจากลวดลายดั้งเดิมมาจัดวางเรียงตัวเป็นลายแบบใหม่ หรือได้แรงบัลดาลใจมาจากลวดลายโบราณ ไปจนถึงการสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ตามสมัยนิยม

ผ้าไหมบาติกสีธรรมชาติจากกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างความแตกต่างจากกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมบาติกอื่นๆ ด้วยการย้อมผ้าไหมบาติกด้วยสีธรรมชาติที่มีเฉดสีที่นุ่มนวล เช่น สีเขียวจากใบหูกวาง สีน้ำตาลจากแกนหลุมพอ สีเทาจากเปลือกเงาะและฝักสะตอ สีส้มและสีชมพูจากใบมังคุด เป็นต้น จากวัตถุดิบภายในท้องถิ่น เป็นการสร้างเรื่องราว (Story) สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมบาติกของกลุ่ม และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมบาติก ควรมีการส่งเสริมและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ของโลก พฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ประกอบการทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมบาติกที่ทันยุคทันเหตุการณ์ สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังเป็นการคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาการทำผ้าบาติกของท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมา

คณะผู้ดำเนินงาน/ผู้วิจัยหวังว่า ความรู้ที่ได้จากการดำเนินโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้ เป็นข้อมูลประกอบ เป็นแนวทาง และเป็นรูปแบบวิธีการหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไหมไทยต่อไปในอนาคต

นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมหม่อนไหมรับผิดชอบงานการพัฒนาหม่อนไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบครบวงจร การพัฒนางานวิจัยจึงเป็นเรื่องตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำ ไปจนถึงการแปรรูปที่เป็นปลายน้ำ ซึ่งลักษณะของงานวิจัยของไหมที่ออกมาจะต้องเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาของเกษตร ผลผลิต การแปรรูป การตลาด และเน้นการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าหม่อนไหม นอกจากนี้แล้วในปัจจุบันงานวิจัยจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมอีกด้วย คณะกรรมการ จึงคัดเลือกมอบรางวัล ผลงานวิจัยในระดับดี

โครงการวิจัยที่เกิดจากการร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานในครั้งนี้ เกิดจากการ MOU ระหว่างกันของ กรมหม่อนไหม และ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ในด้านต่างๆ รวมถึงการทำงานวิจัยและการเรียนการสอน  ที่เน้นอยู่ในระดับปริญญาตรี หลักสูตร แฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่ง และระดับปริญญาโท หลักสูตร นวัตกรรมการออกแบบ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

GENERATION Z กับแนวคิดภูมิปัญญาไทย

ความรู้สึก Generation Z กับการพัฒนาภูมิปัญญาไทย
เพื่อการออกแบบแฟชั่น

ความรู้สึก GENERATION Z ของนิสิตแฟชั่น ชั้นปีที่ 2 มศว หลังจากได้ศึกษาแนวคิดภูมิปัญญาไทยและพัฒนาแนวคิดเพื่อการออกแบบแฟชั่น ในผลงาน Final รายวิชานวัตกรรมการออกแบบจากภูมิปัญญาไทย (DESIGN INNOVATION FROM THAI WISDOM)

บทความโดย ชายชล สำลีทองสกุล / ปรับปรุงบทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รวิเทพ มุสิกะปาน

From Then’ Till Now

มองย้อนกลับไปหนึ่งเทอมที่ผ่านมา เราได้ทำความรู้จักอย่างจริงจังกับคำที่เราได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ อันเป็นคำที่คุ้นชินเมื่อพูดถึงและได้ยิน แต่เมื่อได้ลองสัมผัสจริงแล้วนั้นเสมือนเป็นการค้นพบครั้งใหม่ในสิ่งที่ตนเพิกเฉยและเคยมองข้าม คำนั้นคือคำว่า “ภูมิปัญญา” แน่นอน เราได้ยินคำนี้มาตั้งแต่ยังจำความได้ในวิชาเรียนเขียนอ่านที่พร่ำเรียนมา เพียงแต่เรารู้จักแค่เปลือกนอกเท่านั้น ในทีแรกตัวผมเองก็ยังไม่เข้าใจถึงแนวคิดการนำภูมิปัญญามาต่อยอดสักเท่าไหร่นัก ทำได้เพียงแต่ฉงนกับกับรูปภาพและคำโปรยที่อาจารย์พยายามอธิบาย แต่เมื่อเริ่มศึกษาและเริ่มลงลึกเรื่อยๆ ทดลองแล้วทดลองอีก แท้จริงแล้ว คือการนำเอกลักษณ์ (uniqueness) ของสิ่งนั้นๆ มาบวกกับกระบวนการออกแบบ กระบวนการทดลองจนเกิดเป็นสิ่งใหม่ ไปจนถึงเป็นนวัตกรรม (innovation) ขึ้นมา จากสิ่งที่คงเดิมที่มิได้ถูกปรับเปลี่ยนแปรสภาพมานาน หรือสิ่งอันเป็นวิถีที่ดำเนินเรื่อยมาจนชินชา มองข้าม คุ้นชิน แต่หากเราหยิบสิ่งนั้นมาพลิกแพลงแปลงโฉมใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการ นั่นแหละคือแนวคิดและกระบวนการที่จะพัฒนาและยกระดับสิ่งที่มีอยู่แล้วและเคยชินให้คงหมุนเวียนและปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ โดยไม่ถูกทอดทิ้งและถูกลืมไปตามกาลเวลา

มีประโยคหนึ่งที่ผมเคยอ่านเจอในหนังสือว่า “Ashes to ashes, dust to dust. This is what become of us.” ผมฉุกคิดได้ว่าภูมิปัญญานั้นเป็นเสมือนวิถีที่แทรกซึมเราอยู่ในทุกอณูของการใช้ชีวิตของเรา เพียงแต่เรามองข้ามไปเท่านั้นเอง ทำให้ผมเกิดความสงสัยจึงลองมองลึกลงไปถึงความหมายของคำว่า ภูมิปัญญา แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่?

จากการค้นหาข้อมูล ผมได้ข้อสรุปสั้นๆ เป็นประโยคที่ว่า “Wisdom is the ability to make good decisions informed by both knowledge and the lessons of lived experience.” ภูมิปัญญา คือ ความสามารถในการตัดสินใจจากการรับรู้ด้วยองค์ความรู้ ความคุ้นเคยและบทเรียนจากการดำรงอยู่ สรุปแล้วภูมิปัญญาเป็นเหมือน Soft Skill หรือ Fundamental ที่มีพื้นฐานมาจากการดัดแปลง (applied) ความรู้ต่างๆ

เมื่อได้ทราบถึงความหมายของภูมิปัญญา แล้วลองมาดูกันว่าจากหนึ่งเทอมที่ผ่านมา ทั้งผมและเพื่อนนั้นได้ทดลองและพัฒนาภูมิปัญญาเหล่านี้อย่างไรบ้าง จริงอยู่ การที่จะออกแบบอะไรสักอย่างต้องใช้หลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง รูปทรง สี พื้นผิวหรืออะไรก็แล้วที่ขมวดรวบยอดอยู่ในคำว่าแรงบัลดาลใจ  แต่หัวใจหลักของการที่จะทำให้งานออกแบบนั้นออกมาแตกต่างโดดเด่นไม่เหมือนใครนั้น อยู่ที่กระบวนการและแนวคิดที่จะนำสิ่งที่มีอยู่มาผสานกับสิ่งใหม่ ผมจึงอยากจะยกตัวอย่าง process การทำงานของเพื่อนหลายๆ คนว่าพวกเขามีแนวคิดในการใช้กระบวนการของภูมิปัญญาในแขนงนั้นๆ สร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานในรูปแบบใดได้บ้าง ในช่วงครึ่งแรกของเทอม

เริ่มจากในรูปแรกนั้นเป็นการนำภูมิปัญญาการทำพวงมโหตร มาต่อยอดเป็นผลงาน โดยศึกษาการสร้างแพทเทิร์นที่เกิดจากกระดาษที่ติดกาวเป็นช่องสลับไปมา เมื่อกางออกจะเกิดเป็นทรงสามมิติที่มีช่องตลอดทั้งผืน การศึกษาเราไม่ได้ได้ทำพวงมโหตรรูปแบบภูมิปัญญาดั้งเดิมเป็นอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องนำมาต่อยอดด้วยการเปลี่ยนแปลงทั้งวัสดุและรูปทรง แต่ยังคงอยู่บนพื้นฐานของรูปแบบการซ้อนและสับหว่างของพวงมโหตร ทำให้ได้ผลงานที่มีพื้นผิวและจังหวะที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ยังคงอยู่ซึ่งกลิ่นอายขอภูมิปัญญาการทำพวงมโหตร ท้ายที่สุด งานนี้ทำให้เห็นการต่อยอดมาสู่รูปแบบการสวมใส่ในรูปแบบกระโปรงยาวในรูปแบบการตัดด้วยวิธีการของภูมิปัญญาของพวงมโหตร

 

หรือจะเป็นในรูปที่สอง ที่ได้แนวความคิดมาจากการสานปลาตะเพียนอันเป็นสิ่งที่คนไทยอย่างเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่จะทำอย่างไรให้ปลาตะเพียนสานที่ดูเป็นของธรรมดาให้แตกต่างและร่วมสมัยเช่นกัน กระบวนการทั้งหมดเกิดจากการศึกษาวิธีการสานตัวปลาตะเพียนนั้นสามารถแปรสภาพไปเป็นรูปแบบใดได้บ้างนอกจากสานเป็นตัวปลาอย่างเดียว จากรูปนั้นจะเห็นได้ว่ามีการทดลองในการสานให้เป็นผืนหรือสานด้วยเทคนิคการสานตัวปลา แต่เป็นรูปทรงอื่น ทำซ้ำจนเกิดจังหวะที่แปลกตา และในรูปสุดท้าย (ล่าง) เมื่อการสานไม่จำเป็นต้องเกิดจากวัสดุที่แบนหรือกลมที่ได้จากธรรมชาติเสมอไป หากเป็นวัสดุสังเคราะห์หรือวัสดุที่ดูตรงข้าม จนรู้สึกว่าไม่สามารถนำมาอยู่ในงานฝีมือรูปแบบนี้ได้ จึงทำให้เกิดลักษณะพื้นผิวที่แปลกตาและแปลกใหม่ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากกระบวนการดั้งเดิมที่สืบต่อกันมา เพียงแต่นำมาผสมผสานกับงานออกแบบจนเกิดเป็นสิ่งใหม่

แต่นั่นเป็นเพียงบทสรุปของจุดเริ่มต้นเท่านั้นที่ได้พวกผมได้ลองสัมผัสศึกษาและทำความรู้จักกับภูมิปัญญาไทย

โดยในครึ่งหลังของเทอมนั้นได้เจาะจงลงไปในภูมิปัญญาที่เป็นผ้าในรูปแบบต่างๆ จากหลากหลายแหล่งที่มา หลากหลายท้องถิ่นและหลากหลายวัฒนธรรมโดยมีคำว่า “ผ้าไทย” เป็นตัวเชื่อมในครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งครึ่งเทอมก่อนที่สามารถอิสระในการทดลองวัสดุเพื่อให้เกิดรูปทรง พื้นผิวและสี ให้ออกมาตามต้องการ แต่เพียงผ่านกระบวนการคิดและออกแบบที่มีภูมิปัญญาเข้ามาผสม แต่ในครั้งนี้ถูกจำกัดด้วยวัสดุจึงเป็นอีกความท้าทายใหม่ที่จะนำมาพัฒนาและทดลอง เข้าใจว่าเพื่อสร้างความเข้าใจในวัสดุที่เข้าสู่การออกแบบแฟชั่นได้ชัดเจนขึ้น

01 RHAPSODY IN BLUE
สำหรับตัวผมนั้นได้เลือกศึกษาผ้าทอมือย้อมคราม ที่มีคุณสมบัติเป็นผ้าทอมือลายขัดสีฟ้าไปจนถึงน้ำเงินเข้มมีลวดลายแตกต่างกันออกไป หลังจากศึกษาทำให้เห็นว่าลวดลายและสีมีความแตกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น และในแต่ละของไทย ในกระบวนการออกแบบที่มีข้อกำหนดให้นำผ้าทอถิ่นมาใช้นั้น ผมได้เริ่มต้นสังเกตลักษณะของลายผ้าก่อน โดยผมมองเห็นและมีความรู้สึกถึงรูปทรงเรขาคณิตและเป็นรูปแบบที่ซ้ำกัน โดยตัดความรู้สึกดั้งเดิมของความเป็นพื้นถิ่นออกไป ผมมองเห็นเป็นแนวยาวคล้ายกับแผงวงจรอิเล็คทรอนิกส์ที่ทำให้นึกถึงภาพยนต์ไซไฟที่ผมชื่นชอบในวัยเด็กอย่าง Tron: Legacy ที่แสงในเรื่องส่วนใหญ่เป็นสีฟ้าและขาว ผมจึงศึกษาเพิ่มเติม และนำทั้งสองอย่างมาผสมผสานในการออกแบบของสองสิ่งที่ดูตรงข้าม โดยตั้งใจทำให้ผ้าย้อมครามนั้นดูมีความ futuristic มาขึ้นด้วยการสร้างพื้นผิวให้มีความมัน ใช้เทคนิคการรีดฟอยล์และไวนิลลงบนผ้าเพื่อให้เกิดพื้นผิวใหม่ และเมื่อบิดงอหรือพับก็จะได้พื้นผิวที่มีอารมณ์ต่างจากผ้าเดิมที่เป็นผ้าทอ

 

โดยประเด็นหลักหรือแรงบัลดาลใจที่หยิบยกมาจากทั้งสองเรื่องนี้ และพบความคล้ายคลึงกันคือสีและลวดลาย จึงนำทั้งสองมาออกแบบตามองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้จากทั้งผ้าและภาพยนตร์ ในวันการตรวจผลงาน กลับได้มุมมองของอาจารย์ ว่าผลงานสามารถทำให้เกิดความรูสึกถึงสัตว์เลื้อยคลานสีแปลกใหม่

 

 

02 PERFECT ILLUSION
เมื่อลวดลายอิสระของผ้ามัดย้อมมาหลอมรวมกับพื้นผิวการพลีตเรขาคณิตทำให้เกิด illusion ใหม่ที่แปลกตาและน่าสนใจ ผลงานการออกแบบที่นำภูมิปัญญาผ้ามัดย้อมมาพัฒนาต่อจากเดิมที่เป็นมัดย้อมบนผ้าจากธรรมชาติ ที่ทดลองเทคนิคการมัดย้อมดั้งเดิมจากสีและสัดส่วนของลวดลายใหม่

จนถึงการนำลวดลายมัดย้อมนี้มาพิมพ์ลงบนผ้าแก้ว ที่มีลักษณะเป็นผ้าใยผ้าสังเคราะห์โปร่งแสงและมีความเงาวาว เมื่อกระทบกับแสงไฟมาทับซ้อนกับผ้ามัดย้อมที่มีความทึบ เพื่อให้เกิดมิติคล้ายภาพลวงตา อีกทั้งยังได้ทำการขยำเพื่อให้พื้นผิวของผ้าเล่นแสงเงามากขึ้น บวกกับการใช้เทคนิคอัดพลีทลวดลายเรขาคณิตให้ล้อไปความมันวาวของผ้าแก้ว สร้างภาพลวงตาตัดกับลายอิสระของมันย้อมด้านล่าง

 

03 MELT AWAY
ความ Eccentric ที่เกิดจากการผสมผสานเข้าด้วยกันของวัสดุที่ต่างอารมณ์และต่างพื้นผิว สร้างความลงได้อย่างน่าประหลาดใจ ผลงานการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการหลอมเหลวพลาสติกบนร่างกายของมนุษย์ ที่เมื่อไหลไปตามร่างกายแล้วนั้นทำให้เกิดความเว้าโค้ง (curve) และรูปทรงอิสระที่เกิดจากการหลอมเหลวและละลาย โดยใช้ผ้าถุงลายดอกที่คุ้นตาของย่าคุณยาย คุณแม่ ที่ใส่กันเห็นจนคุ้นตาจนเป็นสิ่งพื้นบ้าน (vernacular ) ที่มีคุณสมบัติเป็นผ้าทอจากเครื่องเครื่องจักรลวดลายผสมผสาน ทำให้มีเส้นใยที่ทอแน่นเป็นผืนพิมพ์ลวดลายพื้นบ้าน

 

 

จึงนำพัฒนาต่อโดยการตัดเย็บที่มีลักษณะตามการละลายของพลาสติก และสลับด้านเย็บต่อกันจนเกิดรูปทรงใหม่อีกทั้งยังแทรกด้วยผ้าลูกไม้ โดยนำมาซ้อนให้เกิดมิติใหม่ของล้ายผ้าที่ซ้อนกัน แต่ยังเห็นลวดลายพื้นบ้านที่คุ้นตาแทรกอยู่ทำให้เกิดคามรู้สึกแปลกใหม่ และยังมีการนำพลาสติกมาเป่าด้วยความร้อน แล้วทำให้เกิดรอยยับ เป็นการสร้าง layering ที่ซับซ้อน แปลกตา และลงตัว

 

 

04 CONTRAST + DUALITY
สีสันอันฉูดฉาดและตระการตาด้วยลายดอกไม้ของผ้าปาเต๊ะนั้นสามารถดึงดูดสายตาได้เสมอ เมื่อเจอกับงานดีไซน์ที่ลงตัว ยิ่งทำให้เกิดความงามในรูปแบบใหม่ที่มองได้ไม่มีเบื่อ ด้วยเอกลักษณ์ของผ้าป้าเต๊ะที่โดดเด่นด้วยลวดลายที่ซับซ้อนและสีสันที่ตัดกันอย่างสนุกสนาน ทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย แม้จะวางคู่กับลูกพี่ลูกน้องอย่างบาติก 

 

ด้วยเอกลักษณ์นี้ ผู้ออกแบบจึงนำภูมิปัญญาจากแดนใต้นี้มาต่อยอดและเพิ่มมูลค่าของผลงาน โดยนำเสนอผ่านลวดลายของผ้าปาเต๊ะ และลวดลายการปักดอกไม้มาผสมผสานกัน โดยตัดลวดลายพิมพ์ของผ้าถุงปาเต๊ะมาจัดช่อใหม่ จากสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ ใช้การปักตามลวดลายของตัวโครงชุดแบบ Darning Stitch เพื่อให้ดอกไม้ที่ปักมีความนูนเหมือนดอกไม้กำลังบาน ทำให้เกิดเสื้อผ้าร่วมสมัยในรูปแบบ Ready-to-wear

 

05 CAMPIEST OF THEM ALL
จะเป็นอย่างไรเมื่องานดีไซน์แนวคิดแบบ Secondhand Deconstruction มาเจอกับสไตล์อันสุดโต่ง สร้างสรรค์เป็นผลงานที่ยากจะละสายตาจนเรียกได้ว่าเป็น Scene Stealer อย่างแท้จริง จากแรงบัลดาลและโจทย์ที่เป็นผ้าไทยจากและผ้าผ้ามือสอง

จึงเริ่มลงสำรวจผ้ามือสองพบว่าตลาดขายเสื้อผ้ากีฬา แจ็คเก็ตมือสองได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงนำโครงชุดและวัสดุแนว Activewear ที่ให้ความรู้สึก Sporty บวกกับความประทับใจให้ภาพศิลปิน Kazimir Malevich ที่ใช้เส้นตรงตัดกันอย่างน่าสนใจ โดยผ้าไทยที่เลือก เป็นผ้าไทยลายข้าวหลามตัด จึงใช้เส้นตรงของริบบิ้นตัดกับขอบลายผ้าให้เกิดลวดลายใหม่และกลมกลืนไปกับเสื้อผ้ามือสอง

 

หากผู้อ่านได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้วนั้น ถือว่ามาไกลทีเดียว จาก 5 ผลงาน 5 สไตล์ ที่แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาไทย อย่างผ้าไทย หรืองานฝีมือดั้งเดิม พื้นบ้านงานในครัวเรือน วัสดุคุ้นตาแบบบ้านๆ ที่เราเห็นกันชินตา บ้างบอกว่าเชย ล้าสมัย หรือดัดแปลงเอามาใช้ได้แค่บางโอกาส สามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และร่วมสมัยได้ เพราะถ้าเรามองลึกลงไปและศึกษาให้ดี เราจะพบความงามและสิ่งใหม่ๆ ในนั้นเสมอ อย่างที่เคยมีดีไซน์เนอร์ที่เรารักและรู้จักกันเป็นอย่างดีกล่าวไว้ว่า                                                                                    

“I think there is beauty in everything. What ‘normal’ people would perceive as ugly, I can usually see something of beauty in it” – Alexander McQueen

และทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสนุกสนานตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมาของผมและเพื่อนๆ นับตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ในมุมมองของการพัฒนาภูมิปัญญาของพวกเรา FASH21  From Then ‘Till Now 

การเรียนการสอนพัฒนภูมิปัญญาไทย เพื่อการออกแบบแฟชั่น เปิดการเรียนการสอนในหลักสูตร BA. Fashion, Textiles and Accessories ในวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มศว โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รวิเทพ มุสิกะปาน

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print